จะทำยังไงกับ facebook ของคนใกล้ตัวเมื่อเขาจากไป?
By facebookgoo on Jul 15, 2010 with Comments 5
เรื่องที่พูดวันนี้อาจจะออกแนวเศร้าเล็กน้อยนะครับ แต่ก็นับว่าเป็นความรู้รอบตัว และเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของชีวิต เคยสงสัยกันมั้ยว่าสมมติถ้าวันนึงเราจากไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับ facebook ของเรา? ผมมีเพื่อนบางคนที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นปี แต่ account facebook ก็ยังคงเปิดอยู่แต่เข้าไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เนื่องจากว่าไม่มีคนอื่นรู้ password
ถ้ามองดูในแง่ดีก็คือหน้า profile ของเค้ากลายเป็นที่ๆ ให้เพื่อนๆ ญาติพี่น้องเข้าไปรำลึกถึงกันได้ แต่อีกแง่หนึ่งก็ปรากฎว่าหน้า profile ของเพื่อนผมคนนี้กลับเต็มไปด้วยเกมส์และสารพัด tag ที่คนโน้นคนนี้ส่งมามากมาย ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งพูดตามตรงว่ามันก็ดูไม่ค่อยจะสวยงามเท่าไหร่นัก
แล้วเราจะสามารถทำอะไรได้บ้างนอกจากการปล่อย profile ให้ทิ้งร้างไว้เฉยๆ?
คุณอาจจะไม่รู้มาก่อนก็ได้ว่า facebook นั้นมีหน้าแบบฟอร์มสำหรับแจ้งตายด้วย! facebook ไม่ได้ละเลยเรื่องนี้เลยครับ คุณสามารถกรอกแบบฟอร์มที่นี่เพื่อแจ้งให้ทาง facebook รับทราบถึงการเสียชีวิตของคนใกล้ตัวของคุณได้ โดยนอกจากข้อมูลทั่วๆ ไปเกี่ยวกับผู้ตายแล้ว สิ่งสำคัญที่คุณจะต้องกรอกลงไปในแบบฟอร์มก็คือ
- ความสัมพันธ์ของคุณกับผู้เสียชีวิต : คุณต้องระบุว่ามีส่วนสัมพันธ์อย่างไรกับผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิท หรือญาติห่างๆ หรือเพื่อน
- ความต้องการของคุณ (Requested Action) : มีให้เลือก 2 แบบคือ
1. Memorialize Profile หมายถึงการตั้งโปรไฟล์ของผู้เสียชีวิตให้อยู่ใน”โหมดไว้อาลัย” ซึ่งตามคำอธิบายของ facebook ก็คือ
“When a user passes away, we memorialize their account to protect their privacy. Memorializing an account removes certain sensitive information (e.g., status updates and contact information) and sets privacy so that only confirmed friends can see the profile or locate it in search. The Wall remains so that friends and family can leave posts in remembrance. Memorializing an account also prevents all login access to it.”
แปลว่า “เมื่อผู้ใช้งานเสียชีวิต เราจะทำการไว้อาลัยให้กับบัญชีของบุคคลนั้นเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว การไว้อาลัยให้กับผู้ใช้งานนั้นคือการลบเอาข้อมูลบางอย่างที่ไม่เหมาะสมออกไป (เช่นอัพเดทหรือเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ) และตั้งค่าให้เพื่อนที่แอ็ดไว้แล้วเท่านั้นสามารถเข้ามาดูได้ ส่วนหน้ากระดานสำหรับโพสท์ข้อความนั้นยังคงอยู่เพื่อให้เพื่อนๆ หรือคนในครอบครัวมาทิ้งข้อความระลึกถึงกันได้ต่อไป ขณะเดียวกันการ login เข้าใช้งานของ account นี้จะถูกยกเลิกทุกวิธี”
2. Remove Profile : ก็คือการลบโปรไฟล์ออกไปนั่นเอง
สิ่งสำคัญต่อมาที่คุณต้องระบุก็คือ หลักฐานการเสียชีวิต (Proof of death) นั่นเองครับ เพื่อไม่ให้มีการแกล้งกันได้ คุณจะต้องใส่หลักฐานการตายเช่น ลิงค์ที่พูดถึงการตายหรืองานศพ ภาพถ่ายพิธีศพ หรือมรณบัตร ทั้งนี้ผมไม่แน่ใจนะครับว่าทาง facebook จะมีเจ้าหน้าที่คนไทยที่สามารถจะมาพิสูจน์หลักฐานภาษาไทยได้หรือเปล่า
หรือจริงๆ มีอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่านั้น ก็คือให้คุณระบุชื่อ login และ password ต่างๆ ของอีเมล์และเว็บที่คุณเข้าใช้งานบ่อยๆ ไว้ในกระดาษหรือไฟล์ที่ไหนซักแห่งแล้วระบุในพินัยกรรมของคุณเอาไว้ว่าจะให้ทำยังไงกับข้อมูลเหล่านี้ ฟังดูเหมือนจะพูดเล่น แต่นี่คือความจำเป็นในยุค social media แล้วครับ อย่าทำเป็นเล่นไป!
สุดท้ายนี้ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านจงห่างไกลไม่ต้องมีโอกาสได้ใช้หน้าแบบฟอร์มที่พูดถึงในวันนี้กันบ่อยๆ และที่สำคัญอย่าเอาแบบฟอร์มนี้ไปแกล้งคนอื่นเชียวนะครับ…
Popularity: 2% [?]
Related posts
- มือใหม่ บทที่ 2 – จัดการโปรไฟล์ให้เนี้ยบ
- โปรโมทหน้า facebook ของคุณด้วย facebook badge
- มือใหม่ บทที่ 2.1 - อัพโหลดเปลี่ยนรูป Profile ให้แจ่ม
Filed Under: เกร็ดความรู้ทั่วไป
รู้จักผู้เขียน: คุณเมธา ผู้ก่อตั้งเว็บ facebookgoo ซึ่งเป็นเว็บแนะนำการใช้งาน facebook เว็บแรกของประเทศไทย ติดตามอัพเดทของเขาได้ที่ Twitter: @mehtaxz หรือ http://mehtamorphosis.tv





นั่นนะซิคับพี่ชายผมก้อเสียไปแล้วแต่ส่เฟซบุ๊คยังเปิดไว้ควรทำไงดี
Like or Dislike:
0
0
[Reply]
ดีจัง ผมเคยมีกรณีแบบนี้เหมือนกันเพื่อนเสียชีวิตไป แต่ Profile เค้ายังอยู่มีคนมากมายไปคอมเม้นจนเพื่อนๆ เลยตองตัดสินใจปิดโปรไฟล์ั้นั้นไป แต่กรณีที่ผมเจอดีหน่อย ตรงที่ว่ารู้จักรหัสผ่านเข้าโปรไฟล์ของเพื่อนคนที่เสียไป
Like or Dislike:
0
0
[Reply]
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่นี้ค่ะ…
Like or Dislike:
0
0
[Reply]
ขอบคุณคับ ^^
Like or Dislike:
0
0
[Reply]
[...] จะทำยังไงกับ facebook ของคนใกล้ตัวเมื่อเ… [...]
Like or Dislike:
0
0