<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Facebookgoo.com</title>
	<atom:link href="http://www.facebookgoo.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.facebookgoo.com</link>
	<description>ชุมชนคนไทยใช้ facebook</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Sep 2010 08:34:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>iPhone App อาจทำให้ facebook login ไม่ได้เพราะติด road block</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/09/03/facebook-login-roadblock-problem/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=facebook-login-roadblock-problem</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/09/03/facebook-login-roadblock-problem/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2010 18:36:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Theophiluz</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิคการใช้งาน]]></category>
		<category><![CDATA[Application]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[How to]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[road block]]></category>
		<category><![CDATA[Technic]]></category>
		<category><![CDATA[Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1172</guid>
		<description><![CDATA[มารู้จักกันก่อน facebook road block คืออะไร ซึ่งก็คือการที่ทางเว็บ facebook  ได้แช่แข็ง facebook login ของเราไป เนื่องจากได้ตรวจสอบเจอว่า account ของเรา มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย เข้าข่ายโดน จารกรรม โดย hacker เอาเฟสบุ๊คเราไปใช้ ซึ่งวิธีการตรวจสอบ (เท่าที่ทราบ) คือ เฟสบุ๊คจะเช็คทาง IP address ของเรา ว่าอยู่ที่ประเทศไหน ถ้าหากว่า IP address ที่ login เข้า facebook เกิดไปอยู่ที่ประเทศอื่น ที่ไม่ได้ใช้ประจำ ทางเฟสบุ๊ค ก็จะ road block account ของเรา เช่น ปรกติเราเล่น facebook อยู่ที่ประเทศไทย แล้วอยู่ ๆ ภายในวันนั้น มีการ login facebook โดย IP location ของเราอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ ทางเฟสบุ๊ค ก็จะแช่แข็ง account ของเราทันที ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://apptube.exteen.com/images/blog2010/roadblock.jpg" alt="" /></p>
<p>มารู้จักกันก่อน <strong>facebook road block</strong> คืออะไร ซึ่งก็คือการที่ทางเว็บ <span style="color: #3366ff;">facebook</span> ได้แช่แข็ง facebook login ของเราไป เนื่องจากได้ตรวจสอบเจอว่า account  ของเรา มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย เข้าข่ายโดน จารกรรม โดย hacker  เอาเฟสบุ๊คเราไปใช้ ซึ่งวิธีการตรวจสอบ (เท่าที่ทราบ) คือ เฟสบุ๊คจะเช็คทาง  IP address ของเรา ว่าอยู่ที่ประเทศไหน ถ้าหากว่า IP address ที่ login  เข้า facebook เกิดไปอยู่ที่ประเทศอื่น ที่ไม่ได้ใช้ประจำ ทางเฟสบุ๊ค ก็จะ  road block  account ของเรา เช่น ปรกติเราเล่น facebook อยู่ที่ประเทศไทย แล้วอยู่ ๆ  ภายในวันนั้น มีการ login facebook โดย IP location  ของเราอยู่ที่ประเทศอังกฤษ  ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ ทางเฟสบุ๊ค ก็จะแช่แข็ง account ของเราทันที  เมื่อเราล็อคอินเข้าเฟสบุ๊ค จะถูกเข้าไปที่หน้า  http://login.facebook.com/roadblock/ หรือ  https://ssl.facebook.com/roadblock</p>
<p>จากประสบการณ์ที่เคยเจอมาด้วยตัวเอง ถ้าเราใช้งานประจำอยู่ประเทศไทย แล้วไปใช้ facebook ประเทศอื่น ทาง  facebook ก็จะแจ้งเตือนทันที ว่ามันมีอะไรแปลก ๆ นะ  โดยทางระบบรักษาความปลอดภัย จะให้เราใส่ วันเดือนปีเกิด เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเจ้าของมาเล่นจริง ถึงจะเข้าไปเล่น facebook ต่อได้</p>
<p>แต่บางครั้ง ด้วยบริการบางอย่าง ของ App หรือ Webservice ก็อาจจะทำให้ทาง  facebook เข้าใจผิด คิดว่า login ของเราเข้าข่ายโดนแฮกก็ได้  อันนี้เป็นกรณีที่เจอมากับตัวเอง ที่ตอนแรกโดน road block เข้าไปก็  สงสัยเหมือนกันว่า โดน hack ซะแล้ว แถมโพสต์ลง facebook  ก็มีเพื่อนหลายคนบอกว่า โดยแบบนี้เหมือนกัน ต่อมาสังเกตดี ๆ แล้วก็พบว่า  จริงๆ แล้ว บางครั้ง roadblock ก็เกิดจากความเข้าใจผิด (false positive)  ของระบบรักษา ความปลอดภัยของ facebook เอง</p>
<p>ที่สังเกตพบ ก็คือ App สำหรับ iPhone จำพวก Instant Messenger อย่างเช่น  <strong><span style="color: #000000;">Palringo</span></strong> ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิด facebook road block ได้เหมือนกัน  ทั้งนี้เพราะ  Palringo มีความสามารถในการใช้ facebook chat ด้วย อีกทั้งยังสามารถช่วย  คงสถานะออนไลน์แทนเรา แม้เราจะปิด App ไปแล้ว วิธีการคือ Palrigo จะใช้  เซิฟเวอร์ของ palringo เองในการช่วยออนไลน์แทนเรา (ออนไลน์ Windows Live  Messenger, Google Talk, Facebook Chat เป็นต้น) เมื่อมีข้อความส่งมาหาเรา  ก็แจ้งเตือนผ่านทาง Push Notification ให้เราทราบ ซึ่งตัว <strong>server ของ  Palringo นั้นอยู่ที่ประเทศ อังกฤษ ซึ่งถ้าเราเล่นอยู่ที่ประเทศไทย</strong> ก็อาจจะเป็นเหตุทำให้ facebook เข้าใจผิด จนนึกว่า facebook login  ของเรานั้น โดน hack ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะออนไลน์ จาก 2  ประเทศในเวลาไล่เลี่ยนกัน จากคอมที่บ้านเรา และจาก เซิฟเวอร์ของ palringo  จึงเกิด road block ขึ้น</p>
<p>ซึ่งกรณีนี้ อาจจะเกิดขึ้น กับ App หรือ Application ตัวอื่นที่มีการเข้าใช้  facebook chat อื่นอีกก็ได้ ดังนั้นเวลาเจอ road block  อย่าเพิ่งตกใจ เราควรจะเช็คให้ดีก่อน ด้วยวิธีการ เช็ค IP ที่ทาง facebook  แจ้งไว้ให้กับเราดังนี้</p>
<p><img src="http://apptube.exteen.com/images/blog2010/palringo_facebook_roadblock01.gif" alt="" width="499" height="284" /></p>
<p>เมื่อเจอ facebook road block จะขึ้นหน้าจอแบบนี้  ให้กด continue</p>
<p><img src="http://apptube.exteen.com/images/blog2010/palringo_facebook_roadblock02.gif" alt="" width="514" height="354" /><br />
เข้าสู่ Step 2 ให้ใส่รหัสตามที่เห็น เพื่อแสดงว่าเป็นคนใช้ ไม่ใช่ใช้โปรแกรมแฮกเข้ามา แล้วกด submit</p>
<p><img src="http://apptube.exteen.com/images/blog2010/palringo_facebook_roadblock04.gif" alt="" width="522" height="306" /></p>
<p>Step 3 จะเป็นการโชว์ ให้ดูว่า มี IP Address ต่างถิ่นเข้ามา  ให้เอาเมาส์ไปชี้ที่ Location (ในนี้คือ United Kingdom) facebook จะโชว์  IP ขึ้นมา</p>
<div>โดยให้เรานำ IP ที่แสดง มาลองตรวจสอบ IP ดูที่ <a href="http://wq.apnic.net/apnic-bin/whois.pl" target="_blank">whois.apnic.net</a> ดูก่อนว่า แท้จริงแล้ว IP นี้ เป็นของบริษัทใดครอบครองอยู่ อย่างเช่น ของ Palringo ก็จะเป็นดังนี้</div>
<div>inetnum:        195.97.196.0 &#8211; 195.97.196.255<br />
netname:        ONYX-CUST-PALRINGO<br />
descr:          PALRINGO Network Infrastructure<br />
country:        GB<br />
admin-c:        MR9899-RIPE<br />
tech-c:         ON164-RIPE<br />
status:         ASSIGNED PA<br />
mnt-by:         ONYX-MNT<br />
source:      PIPE</div>
<p><img src="http://apptube.exteen.com/images/blog2010/palringo_facebook_roadblock05.gif" alt="" width="497" height="405" /></p>
<p>ซึ่ง ก็ชัดเจนเลยว่า IP นี้ ติดต่อเข้ามาโดย Palringo  ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัย ของ facebook เข้าใจผิด ดังนั้นเราสามารถ  กดเลือกใช้ password เก่าได้เลย โดยการกด &#8220;Yes, I recognize it&#8221; (ใน Step  3) หรือไม่แน่ใจ ก็กดเปลี่ยน password ไปได้เลย</p>
<p><img src="http://apptube.exteen.com/images/blog2010/palringo_facebook_roadblock06.gif" alt="" width="500" height="366" /></p>
<p>พอทำตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว ก็จะสามารถใช้ งาน facebook ได้ตามปรกติ</p>
<p>﻿</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="http://apptube.exteen.com/20100817/iphone-app-facebook-login-road-block-app-trick">http://apptube.exteen.com/20100817/iphone-app-facebook-login-road-block-app-trick</a></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1172&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/09/03/facebook-login-roadblock-problem/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีเปลี่ยนชื่อ Profile บน Facebook</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/09/02/change-profile-name-facebook/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=change-profile-name-facebook</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/09/02/change-profile-name-facebook/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2010 10:17:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Theophiluz</dc:creator>
				<category><![CDATA[มือใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[change profile name]]></category>
		<category><![CDATA[How to]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนชื่อ facebook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1164</guid>
		<description><![CDATA[การเปลี่ยนชื่อบน Facebook ขั้นตอนการทำง่ายคับ แต่การตั้งชื่อของเรานั้น ถ้าเป็นภาษาไทยส่วนใหญ่ทาง Facebook เค้าจตรวจสอบด้วยคับว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเป็นชื่อที่ไร้สาระหรือคำหยาบ บางทีเค้าก็จะไม่ให้เราใช้นะครับ หรือบางทีการเปลี่ยนชื่อบางชื่อก็ต้องรอการตรวจสอบจากทาง Facebook ภายใน 24 ชั่วโมง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:m5lnuC-BezSplM:http://badge.facebook.com/badge/1567774444.743.744753934.png&amp;t=1" alt="" width="139" height="98" /> การเปลี่ยนชื่อบน Facebook ขั้นตอนการทำง่ายคับ แต่การตั้งชื่อของเรานั้น ถ้าเป็นภาษาไทยส่วนใหญ่ทาง Facebook เค้าจตรวจสอบด้วยคับว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเป็นชื่อที่ไร้สาระหรือคำหยาบ บางทีเค้าก็จะไม่ให้เราใช้นะครับ หรือบางทีการเปลี่ยนชื่อบางชื่อก็ต้องรอการตรวจสอบจากทาง Facebook ภายใน 24 ชั่วโมง</p>
<p>วีดีโอ ข้างล่างนี้มีวิธีเปลี่ยนชื่อ Profile อย่างละเอียดและเข้าใจง่ายครับ ลองเข้าไปชมดูครับ^^</p>
<p><object style="height: 344px; width: 425px;" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="100" height="100" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Rook2Z_bxMM?version=3" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed style="height: 344px; width: 425px;" type="application/x-shockwave-flash" width="100" height="100" src="http://www.youtube.com/v/Rook2Z_bxMM?version=3" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1164&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/09/02/change-profile-name-facebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีแก้ปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/08/30/facebook-login-problem/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=facebook-login-problem</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/08/30/facebook-login-problem/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2010 13:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิคการใช้งาน]]></category>
		<category><![CDATA[log in]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1115</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เขียนเรื่อง Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน เพื่อให้เพื่อน ๆได้ระมัดระวังในการใช้ Facebook ให้ถูกกฎกติกาแล้ว มาพักหลังมีคำถามมากมาย เกี่ยวกับปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดิม Browser เดิม User และ Password เดิมที่ใช้อยู่เป็นประจำ อยู่ ๆ ก็ Login ไม่ได้เฉยเลย ในขณะที่บัญชีของเพื่อนๆ กลับใช้ได้ ปกติ ลองมาดูกันซิว่า เราจะพอมีวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นกันอย่างไรได้บ้าง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้มีคนถามเข้ามากันเยอะมากเรื่องไม่สามารถ log in เข้าใช้งาน facebook ได้ พอดีมีบล็อกของ<a href="http://preeyaporncom.ipage.com/blog/" target="_blank">คุณปรียาพร </a>ซึ่งเคยเขียนเรื่อง Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน ได้แนะนำเรื่องวิธีการแก้ไขปัญหาพื้นฐานเอาไว้ครับ ก็เลยขออนุญาตคัดลอกมาลง เพื่อจะได้เป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังเจอปัญหานี้กันครับ ลองดูแล้วได้ผลยังไงกันบ้างก็ช่วยกันแจ้งให้ทราบเป็นความรู้ด้วยนะครับ</p>
<p>ต้นฉบับของบทความนี้สามารถอ่านได้จากที่นี่นะครับ <a href="http://preeyaporncom.ipage.com/blog/social-network/login-to-your-account-does-not-have-facebook/" target="_blank">วิธีแก้ปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้</a> หรือถ้ามีคำถามหรืออยากปรึกษาอะไรก็สามารถไปถามผู้เขียนได้ที่บล็อกต้นทางเช่นกันครับ</p>
<p>===============================================</p>
<p>หลังจากที่เขียนเรื่อง <a href="http://preeyaporncom.ipage.com/blog/social-network/facebook-why-account-disable/">Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน</a> เพื่อให้เพื่อน ๆได้ระมัดระวังในการใช้ Facebook ให้ถูกกฎกติกาแล้ว มาพักหลังมีคำถามมากมาย เกี่ยวกับปัญหา <strong>Login </strong>เข้า Facebook ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดิม Browser เดิม User และ Password เดิมที่ใช้อยู่เป็นประจำ อยู่ ๆ ก็ <strong>Login</strong> ไม่ได้เฉยเลย ในขณะที่บัญชีของเพื่อนๆ กลับใช้ได้ ปกติ</p>
<p>ดิฉันจะเกริ่นภาพรวมของระบบเครือข่ายออนไลน์ให้คุณเข้าสักนิดก่อนนะคะว่า เวลาที่คุณเปิดบัญชีอะไรก็ตาม สมมติว่า เป็นบัญชี Facebook , Google , yahoo หรือ Twitter ฯลฯ ทุกบัญชีเหล่านี้ จะมีความสัมพันธ์กับบัญชีอีเมล์ของคุณด้วย  เวลาที่คุณเปิดบัญชีใหม่ การตั้ง ชื่อ User และ Password ก็มักจะคล้าย ๆ  หรือเหมือนกันทุกบัญชี โดยเฉพาะ Password ที่เกือบทุกคนจะใช้ Password  เดียวกันทุกบัญชี เพื่อให้จำง่าย</p>
<h3>นี่แหล่ะค่ะคือ ปัญหา</h3>
<p>โดยโครงสร้างการทำงานของระบบเครือข่ายทั่วโลก จะมีความสัมพันธ์ โยงใยกันอีรุงตุงนังไปหมด ที่นี้ ระบบตรวจสอบ ก็คือหุ่นยนต์ Robot  เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย  จะคอยสอดส่องดูแลความเคลื่อนไหวของทุกบัญชี ในทุก ๆ วินาที  โดยเฉพาะบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวเป็นประจำ สม่ำเสมอ Robot จะชอบมาก และจำแม่น</p>
<h3>แล้วมันเกี่ยวยังไงกับบัญชีของคุณ</h3>
<p>เมื่อ Robot  ได้ตรวจสอบพบว่า มีบัญชีเกิดขึ้นมากมายที่หน้าตาคล้าย ๆ หรือเหมือนกัน  จึงเกิดความสับสน ไม่รู้ว่าบัญชีไหน เป็นบัญชีที่มีตัวตน ที่เป็นคนใช้จริง ๆ  ไม่ใช่โปรแกรม Software  จึงมีความจำเป็นต้องระงับบัญชีที่ถูกตรวจพบขึ้นก่อน ทำให้คุณไม่สามารถ <strong>Login</strong> เข้าไปได้</p>
<p>ข้อความก็จะปรากฎขึ้นมา ดังนี้</p>
<p><strong>Confirm Your Identity<br />
</strong>To  continue, we need you to provide your mobile phone number. This quick  security check helps keep Facebook a community of real people who  connect and share using their real identities. If you ever lose your <strong>password</strong>, you’ll also be able to use your mobile number to access your account.<br />
Confirm your identity by adding a mobile number to your account  Add your phone</p>
<p><strong> </strong></p>
<h3>วิธีแก้ไขมี 3 ชั้นตอน ในการยืนยันตัวตนที่แท้จริงของคุณ</h3>
<p>โดยระบบจะขึ้นคำสั่งอัตโนมัติมาให้คุณ ดังนี้</p>
<p>1. Add Your Phone  คุณก็ใช้โทรศัพท์มือถือของคุณ เลือก ระบบ AIS หรือ  DTAC (ระบบอื่น ๆไม่น่าจะใช้ได้ค่ะ) ส่ง SMS ด้วยการพิมพ์ f  ไปที่หมายเลขที่เขาแจ้ง xxxx</p>
<p>2. ภายใน 2-3 วินาที ระบบตอบรับอัตโนมัติจะส่ง รหัสผ่านใหม่ มาให้คุณที่โทรศัพท์มือถือเครื่องที่คุณใช้โทร.ไปยืนยัน</p>
<p>3. คุณก็ใช้ รหัสใหม่นั้น <strong>Login </strong>เข้าได้เลย</p>
<p><strong>**สำคัญมาก** </strong> เมื่อ <strong>Login </strong>เข้า ได้แล้ว คุณต้องรีบไปที่ เมนูขวามือ เลือกคำสั่ง ตั้งค่าบัญชีผู้ใช้  จากนั้นคลิกที่เปลี่ยนรหัสผ่าน ระบบจะขึ้นข้อความมาให้ 4 บรรทัด  เกี่ยวกับการ <strong>ตั้งรหัสผ่านใหม่</strong> ดังนี้</p>
<p>-   กรุณา อย่าใช้รหัสผ่านเดียวกับที่คุณใช้ในบัญชีออนไลน์อื่นๆ</p>
<p>-   รหัสผ่านใหม่ของคุณจะต้องมีความยาวอย่างน้อย 6 ตัวอักษร</p>
<p>-   ใช้ได้ทั้งตัวอักษร ตัวเลข และเครื่องหมายวรรคตอนประกอบกัน</p>
<p>-   รหัสผ่านจำแนกตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก กรุณาตรวจสอบปุ่ม CAP</p>
<h3>ปัญหาของคุณก็คือ</h3>
<h3>คุณใช้รหัสผ่านเดียวกับที่คุณใช้ในบัญชีออนไลน์อื่น ๆ</h3>
<p>Robot มันก็เลยงง ไงคะ  ว่าสิ่งที่ถูกตรวจพบนั้น อันไหนจริง อันไหนหลอก เป็นคน หรือ Software  ซึ่งความเป็นจริงอาจจะเป็นบัญชีที่ถูกต้องของคุณทุกบัญชีก็ได้  แต่คุณดันไปใช้รหัสผ่านเดียวกันหมด Robot  อาจคิดว่าเป็นการ Spam จึงต้องแจ้งไปที่ศูนย์บัญชาการให้ระงับบัญชีคุณชั่วคราว เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ</p>
<p><strong>ปล. 1</strong> อย่านิ่งนอนใจที่จะรีบเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ถ้าไม่ต้องการ Login เข้า  Facebook ด้วยการยืนยันด้วยโทรศัพท์ทุกครั้ง เพราะถ้ายังใช้รหัสเดิม  ซึ่งตรงกับบัญชีออนไลน์อื่น ๆ ระบบจะส่งคำเตือนมาแบบเดิมอีกค่ะ</p>
<p><strong>ปล. 2</strong> โปรดจดจำรหัสผ่านใหม่ให้ดี  เพราะปัญหาต่อไปในเรื่องนี้ ก็คือ ลืมรหัสผ่านของตัวเอง นะจ๊ะ</p>
<p><strong>ปล. 3 </strong> ข้อนี้เผื่อไว้ค่ะ ลองเปลี่ยน Browser ดูนะคะ สมมติว่า Browser เดิมของคุณ  คือ Windows Internet Explorer  คุณก็เปลี่ยนมาใช้ Mozilla Firefox  ,  Maxthon Browser หรือ google Chrome   ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมมาทดลองใช้ได้เลย ลองศึกษาดูนะคะ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 อาการ ที่อาจถูกระงับการใช้ชั่วคราว ข้อความจะขึ้นมา ดังนี้</p>
<p><strong>Account Unavailable<br />
</strong>Your account is temporarily unavailable<br />
due to site maintenance. It should be available<br />
again within a few hours. We apologize for the inconvenience.</p>
<p>ถ้าข้อความขึ้นมาแบบนี้ ไม่ต้องตกใจนะคะ บัญชีคุณไม่สามารถใช้ได้ชั่วคราว เนื่องจากอยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงเว็บไซต์ และจะสามารถใช้ได้ ภายในไม่กี่ชั่วโมง ขออภัยในความไม่สะดวก</p>
<p>สาเหตุหลัก ๆ ก็คงมีเพียงเท่านี้ ที่ผู้ใช้ทุกคนไม่เคยได้นึกถึง  ส่วนใหญ่มักจะใส่ใจในเรื่องของการพัฒนาเพิ่ม Appication ต่าง  ๆอย่างสนุกสนาน แต่พอเกิดปัญหา ไม่เห็นจะมีใครมาคอยบอกกันเลย สุดท้าย  ก็สรุปง่าย ๆว่า ไปเปิดบัญชีใหม่ละกัน</p>
<p>โห.. ไล่ให้ไปเปิดบัญชีใหม่ พูดง่ายไปมั๊ย  Facebook  คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเลยนะเนี่ย บัญชี Facebook หาย มันยิ่งกว่า Website หรือ Blog ล่มซะอีก ที่เรายังสามารถเอาข้อมูลกลับมาได้หมด แต่สำหรับ Facebook  สร้างใหม่ 5 นาที ก็ได้ แต่เพื่อนหาย 5,000 นี่สิ จะเอากลับมายังไง…</p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1115&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/08/30/facebook-login-problem/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอนการ Upload รูปภาพและการสร้างอัลบั้มบน Facebook</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/08/26/how-to-upload-photo-facebook/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=how-to-upload-photo-facebook</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/08/26/how-to-upload-photo-facebook/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 06:20:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Theophiluz</dc:creator>
				<category><![CDATA[มือใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[How to]]></category>
		<category><![CDATA[Photo]]></category>
		<category><![CDATA[upload]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1084</guid>
		<description><![CDATA[การ Upload รูปลงบน Facebook หลายท่านอาจจะไม่รู้ว่าเราสามารถ upload ได้ทีละหลายๆรูปในครั้งเดียว วีดีโอนี้จะบอกคุณถึงขั้นตอนการสร้างอัลบั้มรูปใหม่และ upload รูปภาพของเราอย่างละเอียดพร้อมบรรยายภาษาไทย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การ Upload รูปลงบน Facebook นั้นจะว่าง่ายก็ง่าย แต่ก็มีเทคนิคบางอย่างที่เพื่อนๆ อาจจะยังไม่รู้ก็ได้ จากที่ฟังหลายๆ คนชอบโพสท์ข้อความหรืออีเมล์สอบถามกันเข้ามา เช่น เราสามารถ upload  ได้ทีละหลายๆรูปในครั้งเดียวได้หรือเปล่า? ทำยังไง? ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายมากครับ</p>
<p>วีดีโอนี้จะบอกเพื่อนๆ ถึงขั้นตอนการสร้างอัลบั้มรูปใหม่และ upload  รูปภาพของเราอย่างละเอียดให้เพื่อนๆ ได้อัพโหลดรูปภาพขึ้น facebook กันให้สะใจไปเลย!</p>
<p style="text-align: center;"><object style="height: 344px; width: 425px;" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="100" height="100" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/zN3As8GHQHQ?version=3" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed style="height: 344px; width: 425px;" type="application/x-shockwave-flash" width="100" height="100" src="http://www.youtube.com/v/zN3As8GHQHQ?version=3" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1084&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/08/26/how-to-upload-photo-facebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการเปลี่ยนภาษาบน Facebook</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/08/26/how-to-change-language/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=how-to-change-language</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/08/26/how-to-change-language/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 05:59:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Theophiluz</dc:creator>
				<category><![CDATA[มือใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[How to]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษา]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีใช้งาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1078</guid>
		<description><![CDATA[Video ชุดนี้เป็นขั้นตอนการเปลี่ยนภาษาสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่น Facebook ที่ไม่ทราบว่าปุ่มเปลี่ยนภาษาอยู่ที่ไหน??? และเราสามารถเปลี่ยนได้หลายภาษามากมาย มีวิธีทำอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย และมีบรรยายเป็นภาษาไทยไว้ด้วยครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สวัสดีครับ</strong> หลายท่านที่เคยเข้ามาอ่านบทความในเวปไซต์นี้  อาจมีคำถามว่า คนเขียนบทความเกี่ยวกับ Facebook บนเว็บ facebookgoo.com นี้มีใครบ้าง มีคนเดียวรึปล่าว?  บอกได้เลยครับว่า มีคนเดียว (ที่ผ่านมา) แต่จากนี้ ก็จะมีผม <strong>Khet FBgoo</strong> และทีมงานคนอื่นๆ เข้ามา Update บทความใหม่ๆ และมีประโยชน์  ให้ทุกท่านได้เข้ามาอ่านกันอย่างเป็นประจำมากขึ้นครับ^^</p>
<p>Video ชุดนี้เป็นขั้นตอนการเปลี่ยนภาษาสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่น  Facebook ที่ไม่ทราบว่าปุ่มเปลี่ยนภาษาอยู่ที่ไหน???  และเราสามารถเปลี่ยนได้หลายภาษามากมาย มีวิธีทำอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย ลองมาดูกันเลยครับ</p>
<p style="text-align: center;"><object style="height: 344px; width: 425px;" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="100" height="100" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/sIhMVs9N00I?version=3" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed style="height: 344px; width: 425px;" type="application/x-shockwave-flash" width="100" height="100" src="http://www.youtube.com/v/sIhMVs9N00I?version=3" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1078&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/08/26/how-to-change-language/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใช้ facebook อย่างไรให้ปลอดภัย (มากขึ้น)</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/08/21/how-to-safely-use-facebook/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=how-to-safely-use-facebook</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/08/21/how-to-safely-use-facebook/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Aug 2010 07:37:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิคการใช้งาน]]></category>
		<category><![CDATA[Privacy]]></category>
		<category><![CDATA[Safety]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1058</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าจะให้พูดเรื่องความปลอดภัยและการระมัดระวังตัวในโลกออนไลน์ คงมีเรื่องให้พูดยาวเหยียด ทั้งประสบการณ์ตรงและเรื่องราวที่ได้รู้มาจากคนอื่น แต่วันนี้ด้วยบทบาทของ facebookgoo ก็คงจะต้องมาเน้นกันในเรื่องของความปลอดภัยบน facebook กันเป็นพิเศษ เพื่อจะช่วยให้ทุกท่านสามารถดำเนินชีวิตประจำวัน เก็บผัก ทำฟาร์ม เล่น facebook กันต่อไปได้อย่างสบายใจและระมัดระวังตัวกันมากขึ้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1059" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="lock" src="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>เมื่อ 2 วันก่อน ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับการอ่านอัพเดทต่างๆ ใน Twitter ก็เหลือบไปเห็นข้อความหนึ่งโดยคุณต่าย ศรีสุดา นักข่าวสาวอารมณ์ดีแห่ง fm100.5 ทวิตไว้ว่า &#8220;@sresuda: ผอ.สบท. บอกใครคิดจะใช้ fb,twitter ศึกษาสักนิด ข้อมูลมันจะเชื่อมไปทั่วโลก ปิดก็ไม่ง่าย&#8230;.&#8221; เป็นประโยคที่ฟังดูค่อนข้างน่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย เล่นเอาหลายๆ คนที่เห็นข้อความนี้ถึงกับลังเลใจว่าจะใช้ facebook ต่อไปดีหรือเปล่า</p>
<p>จริงๆ เรื่องของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวใน Social Network นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับ เป็นเรื่องที่มีคนพูดถึงกันมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรก และมีการพูดวิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอด โดยเฉพาะ facebook เอง ถ้าติดตามข่าวจากต่างประเทศก็จะเห็นว่าโดนสงสัยในเรื่องมาตรการในการรักษาความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานมาตลอด เพียงแต่ว่าคนไทยบ้านเราไม่ค่อยจะใส่ใจติดตามข่าวสารพวกนี้กันแค่นั้นเอง พอได้ยินข่าวแบบนี้เข้าก็พาลเอาตกอกตกใจกันไปหมด</p>
<p>จริงๆ เราทุกคนควรจะมีความเข้าใจอย่างหนึ่งเป็นพื้นฐานด้วยกันก่อนครับว่า <strong>&#8220;ไม่มีความลับในโลกออนไลน์&#8221;</strong> ไม่ใช่แค่ Twitter หรือ facebook เท่านั้น จริงๆ แล้วเรื่องความปลอดภัย(หรือไม่ปลอดภัย)ในโลกออนไลน์นั้นมีมานานมากแล้ว ถ้าจะให้พูดไปยังมีอีกหลายเว็บที่อันตรายและควรจะระมัดระวังเสียยิ่งกว่าซะอีก เช่นพวกเว็บบอร์ดสาธารณะต่างๆ ที่เห็นเราๆ ท่านๆ หลายคนชอบไปโพสท์อีเมล์หรือเบอร์โทรศัพท์กันโจ่งแจ้ง ซึ่งคงต้องยอมรับกันครับว่าปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสำคัญมากต่อความปลอดภัยของข้อมูล ก็คือพฤติกรรมและความเข้าใจของผู้ใช้งานทุกคนนั่นเองครับ</p>
<p>ถ้าจะให้พูดเรื่องความปลอดภัยและการระมัดระวังตัวในโลกออนไลน์ คงมีเรื่องให้พูดยาวเหยียด ทั้งประสบการณ์ตรงและเรื่องราวที่ได้รู้มาจากคนอื่น แต่วันนี้ด้วยบทบาทของ facebookgoo ก็คงจะต้องมาเน้นกันในเรื่องของความปลอดภัยบน facebook กันเป็นพิเศษ เพื่อจะช่วยให้ทุกท่านสามารถดำเนินชีวิตประจำวัน เก็บผัก ทำฟาร์ม เล่น facebook กันต่อไปได้อย่างสบายใจและระมัดระวังตัวกันมากขึ้น เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า&#8230;</p>
<p><em>&#8220;ก็ facebook มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของฉันนี่นา ฉันมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ จะแชร์จะโพสท์อะไรก็ได้ มันเป็นโลกของฉัน&#8221; </em>ผมได้ยินประโยคนี้มาหลายครั้ง และอยากเตือนใครก็ตามที่มีความคิดแบบนี้อยู่ละก็ว่า คุณอยู่ในกลุ่มที่มีแนวโน้มจะพบเจอปัญหาในโลกออนไลน์สักวันหนึ่งแน่นอนครับ จริงอยู่ว่าหน้า profile ของคุณคือพื้นที่ส่วนตัวของคุณที่คุณมีสิทธิ์จะใส่อะไรลงไปก็ได้ แต่มันคือพื้นที่ส่วนตัวอันเป็นสาธารณะที่มีคนอื่นเข้ามาเยี่ยมเยือนกันได้ตลอดเวลา โดยคนอื่นที่ว่านี้อาจจะเป็นคนที่คนตั้งใจอนุญาตให้เข้ามาหรือเป็นคนที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้ามาโดยคุณไม่ทันคาดคิดก็ได้! เพราะฉะนั้นคุณจึงจะต้องรู้จักวิธีการในการป้องกัน และระมัดระวังตัวเองให้ดีที่สุดก่อน</p>
<p>ผมอยากจะแบ่งประเด็นใหญ่ๆ ในเรื่องความปลอดภัยบน facebook ไว้เป็น 6 ด้านด้วยกันครับคือ <strong>จุดประสงค์การใช้งาน, ข้อมูลส่วนตัว, การจัดการรายชื่อเพื่อน, การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว, ความเหมาะสมของเนื้อหาที่โพสท์ และพฤติกรรมการใช้งานของคุณ</strong> ดูท่าทางบทความวันนี้จะยาวเป็นพิเศษแน่ๆ เลย แต่ว่ามันจะมีประโยชน์กับคุณแน่ๆ</p>
<h3>คุณเล่น facebook เพื่ออะไร?</h3>
<p><a href="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-1.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1060" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="images-1" src="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>ถ้าอยากเล่น facebook ให้ปลอดภัย ประการแรกเลย <strong>คุณต้องรู้ว่าอะไรคือจุดประสงค์<span style="text-decoration: underline;">หลัก</span>ในการใช้ facebook ของคุณ?</strong> โห&#8230; ต้องคิดกันขนาดนั้นเลยหรือเนี่ย! แน่นอนที่สุดครับ ถ้าให้แบ่งกว้างๆ แล้ว จะมีคนใช้งาน facebook อยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ</p>
<p><strong>ประเภทที่ 1: </strong> ใช้ facebook เพื่อติดต่อพูดคุยกับเพื่อน ที่รู้จักมีความสัมพันธ์กันในชีวิตจริงอยู่แล้ว &#8211; คนที่ใช้งานในลักษณะนี้ มักจะโพสท์เรื่องราวหรือรูปที่ค่อนข้างส่วนตัว เช่นรูปครอบครัว สถานที่ๆ ไปเที่ยวมา แบ่งปันว่าตอนนี้กำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน กำลังคิดอะไร ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี การใช้งานลักษณะนี้ทำให้ผมได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับเพื่อนๆ ที่ไม่ค่อยได้พบเจอกันในชีวิตประจำวัน และสามารถเห็นข้อมูลหรือแง่มุมบางอย่างของเพื่อนที่อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้มีเรื่องคุยกันมากขึ้น สนิทกันมากกว่าตอนที่เจอกันบ่อยๆ เสียอีก</p>
<p><strong>ประเภทที่ 2: </strong>ใช้ facebook เพื่อสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ &#8211; ผมเห็นหลายๆ คนใช้ facebook เพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ไม่ว่าจะคบเอาไว้ร่วมแก๊งมาเฟีย (Mafia Wars), คบเอาไว้เพื่อผลประโยชน์ทางการเกษตร (Farmville) หรือบางคนก็จริงจังกับการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ เพื่อผลประโยชน์ในชีวิตจริงก็มี ผมเห็นเพื่อนบางคนได้งานทำเพราะเพื่อนใหม่ๆ ที่ได้เจอบน facebook นี่แหละ ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้ที่คุณได้ติดต่อด้วยบน facebook อาจจะเป็นใครที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา หรืออาจจะไม่เป็นตัวจริงตามที่ระบุไว้ในโปรไฟล์ของเค้าก็เป็นไปได้</p>
<p>สิ่งที่คุณควรจะต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ ถ้าคุณตั้งใจจะใช้ facebook เพื่อติดต่อกับเพื่อนที่รู้จักกันอยู่แล้วในชีวิตจริง และการใช้งานปกติของคุณเน้นการโพสท์รูปและข้อความอัพเดทเรื่องราวส่วนตัวอยู่เป็นส่วนใหญ่แล้วละก็ ก็<strong>จงลิมิตกลุ่มเพื่อนไว้กับคนที่คุณรู้จักจริงๆ เท่านั้น</strong> ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณต้องการจะรับหรือจะลองแอ็ดใครที่ยังไม่รู้จักดีไว้เป็นเพื่อน ก็ให้จำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของคนๆ นั้นซะก่อนจนกว่าจะรู้จักดีหรือไว้ใจมากขึ้น</p>
<p>ส่วนคนที่มีเพื่อนที่ไม่สนิทหรือยังไม่รู้จักตัวจริงเยอะๆ คุณจะต้องระมัดระวังการโพสท์ของคุณ ไม่โพสท์สิ่งที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไป ไม่ใส่ข้อมูลที่เป็นความลับลงไปในนั้น เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าเพื่อนๆ เหล่านั้นที่คุณยังไม่รู้จักดี จะมีใครบ้างที่เป็นมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง</p>
<h3>ข้อมูลส่วนตัว</h3>
<p><a href="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-2.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1061" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="images-2" src="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-2-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>อย่าใส่ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ลงไปเชียวครับ ถ้าคุณยังไม่รู้จักวิธีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (ซึ่งเราจะพูดกันในหัวข้อต่อไป) คุณสามารถเลือกที่จะซ่อนหรือเปิดเผยข้อมูลบางอย่างกับคนบางคนหรือบางกลุ่มได้ตามใจชอบ ซึ่งก็น่าจะทำให้คุณสบายใจกันได้มากขึ้น แต่อย่างที่ผมพูดไปแล้วว่ายังไงๆในโลกออนไลน์ไม่มีความลับ เพียงแต่ว่าจะเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ยากหรือง่ายแค่นั้นเอง ถ้าคุณเป็นห่วงจริงๆ ว่าใครจะมาโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวของคุณไปเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ก็ให้เลือกใส่เท่าที่คุณรู้สึกสบายใจก็ได้ครับ แต่อย่าลืมนะครับว่าถ้ามีใครที่ตั้งใจจะรู้ข้อมูลอื่นๆ ของคุณจริงๆ ละก็ อาจจะมีช่องทางอื่นที่ง่ายกว่านั้นตั้งเยอะ การระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าให้ถึงขั้นระแวงครับ จะเครียดเกินไปกันเปล่าๆ :)</p>
<p>ถ้าคุณใช้งาน facebook กับกลุ่มเพื่อนที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว การที่มีข้อมูลส่วนตัวบางอย่างเป็นเรื่องที่ดีครับ โดยเฉพาะเวลาไปขอแอ็ดใครเป็นเพื่อน การมีข้อมูลระดับหนึ่งให้อีกฝ่ายร้องอ๋อว่าคุณคือใครแบบคร่าวๆ ก็ช่วยให้ตัดสินใจตอบรับเป็นเพื่อนได้ง่ายขึ้นครับ หรือข้อมูลอื่นๆ เช่นวันเดือนปีเกิด ให้เพื่อนได้เข้ามาอวยพรกัน หรือข้อมูลติดต่อจำพวก เบอร์โทรศัพท์ หรือ อีเมล์ เพื่อให้เพื่อนๆ ของคุณติดต่อคุณได้ง่ายขึ้นด้วย ส่วนที่อยู่นั้น คงจะไม่จำเป็นจะต้องใส่ละเอียดขนาดบ้านเลขที่ เพราะว่าสมัยนี้แล้วคงจะไม่มีใครส่งไปรษณีย์มาให้คุณบ่อยนักหรอก</p>
<p>แต่ถ้าคุณตั้งใจใช้ facebook เพื่อติดต่อกับเพื่อนใหม่เยอะๆ คุณก็จะต้องระมัดระวังข้อมูลเหล่านี้เป็นพิเศษเลยล่ะ ซึ่งการที่คุณจะเลือกใส่ข้อมูลอะไรบ้าง ก็คงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความเหมาะสมของผุ้ใช้งานแต่ละท่านครับ</p>
<h3>การจัดการรายชื่อเพื่อน</h3>
<p><a href="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-3.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1062" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="images-3" src="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-3-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>สิ่งสำคัญที่คุณจะต้องคำนึงถึงอยู่เสมออีกอย่างเกี่ยวกับคำว่า&#8221;เพื่อน&#8221;บน facebook ก็คือ ทันทีที่คุณตอบรับใครเป็นเพื่อนนั้น คุณก็กำลังเปิดประตูบ้านของคุณเองให้กับอีกฝ่ายหนึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของคุณแล้ว เพราะฉะนั้นให้คุณหมั่นตรวจเช็ครายชื่อเพื่อนของคุณอยู่เสมอครับ บางทีคุณอาจจะเผลอตอบรับใครที่ไม่รู้จักคุ้นเคยเป็นเพื่อนไปอย่างไม่รู้ตัว ถ้าเจอใครที่ไม่แน่ใจก็ลบออกไปซะ ไม่ต้องกลัวว่าทางโน้นจะน้อยใจเพราะว่านี่คือความปลอดภัยของคุณเอง</p>
<p><strong>เลือกที่จะรับคนที่มาขอเป็นเพื่อน :</strong> ถึงแม้คุณจะต้องการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ บน facebook เวลาที่มีคนแปลกหน้ามาขอคุณเป็นเพื่อน การที่คุณจะคลิกเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของว่าที่เพื่อนใหม่คุณสักนิดนึงก่อนว่าเป็นใครมาจากไหน เป็นเพื่อนกับเพื่อนคนไหนของเราอยู่แล้วบ้างประกอบการตัดสินใจ คงจะไม่เสียเวลามากนักหรอกครับ</p>
<p>ในการเลือกรับเพื่อน ยังมีอีกจุดหนึ่งที่จะต้องระวังเป็นพิเศษนะครับ เดี๋ยวนี้มีคนสวมรอยมาขอเป็นเพื่อนในรูปแบบของคนหน้าตาดีเยอะ ไม่ว่าจะเข้ามาเพื่อชวนทำธุรกิจบางอย่าง หรือเพื่อจุดประสงค์อื่นๆ ซึ่งหลายๆ คนถึงแม้ไม่รู้จักก็มักจะแพ้ใจตัวเองตอบรับไปอย่างไม่รู้ตัวกันอยู่บ่อยๆ (น่าจะคิดกันซะหน่อยว่า หน้าตาดีขนาดนี้ทำไมต้องมาขอเพิ่มเราเป็นเพื่อนด้วยเนี่ย?) โดยที่ไม่รู้ว่าการสร้างโปรไฟล์ปลอมๆ บน facebook นั้นเป็นเรื่องง่ายดายและมีอยู่เกลื่อนกลาดพอสมควร อีกรูปแบบหนึ่งที่ผมยังไม่ได้ยินว่าเกิดขึ้น แต่ก็เป็นจุดเสี่ยงและเป็นไปได้เช่นกันก็คือพวกสถาบัน, ชมรม, องค์กร, ธุรกิจต่างๆ ที่มาในรูปของโปรไฟล์แทนที่จะเป็น fan page นั่นเอง คุณอาจจะรู้จักชื่อหรือสนใจในชื่อที่มาขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน แต่คุณอาจจะไม่รู้เลยว่าใครที่อยู่เบื้องหลังกันแน่ ซึ่งอาจจะเป็นของจริงหรือว่าของปลอมก็ได้ ซึ่งการที่คุณตอบรับไปนั้น ก็เป็นการอนุญาตให้อีกฝ่ายหนึ่งสามารถเข้ามาดูข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ทันทีอีกเช่นกัน ต่างกับพวก fan page ต่างๆ ที่เมื่อคุณเข้าไปกด like ให้แล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของคุณได้ซึ่งปลอดภัยกว่ากันมาก</p>
<p>อีกส่วนหนึ่งที่มีประโยชน์มาก แต่ยังไม่ค่อยเห็นคนใช้กันมากนักก็คือการสร้างและจัดการรายชื่อเพื่อนนั่นเอง คุณเองสามารถแบ่งเพื่อนออกเป็นรายชื่อประเภทต่างๆ เช่น ครอบครัว, เพื่อนมหาลัย,​ เพื่อนที่ทำงาน ฯลฯ โดยที่คุณสามารถกำหนดให้เพื่อนที่อยู่ในแต่ละประเภทรายชื่อนั้นมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของคุณไ้ด้แตกต่างกันด้วย (ส่วนวิธีการนั้นจะมาสอนอีกทีวันหลังนะครับ เพราะเดี๋ยวบทความนี้จะยาวเกินไป)</p>
<h3>การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว</h3>
<p><a href="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-4.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1063" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="images-4" src="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-4-150x150.jpg" alt="" height="150" /></a>เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องละเอียดชนิดที่สามารถเขียนเป็นอีก 3 บทความได้เลย แต่ขออนุญาตเอาภาพรวมมาแบ่งปันกันตรงนี้คร่าวๆ ก่อนเป็นไอเดียนะครับ</p>
<p>บน facebook นั้นระบบความเป็นส่วนตัวจะมีพื้นฐานอยู่บน คำ 3 คำคือ friends only (เพื่อนเท่านั้น), friends of friends (เพื่อนของเพื่อน) และ Everyone (ทุกคน)</p>
<p><strong>Friends :</strong> ก็คือเพื่อนที่เราได้แอ็ดเอาไว้ หรือตอบรับคำขอเป็นเพื่อนไว้แล้วนั่นเอง ถ้าสมมติตามสถิติทั่วไปคือผู้ใช้งาน 1 คนจะมี Friends ประมาณ 200 คนครับ ซึ่งตรงนี้คือเพื่อนที่คุณเองจะรู้จักโดยตรงเป็นส่วนใหญ่</p>
<p><strong>Friends of Friends :</strong> คือบรรดาคนที่เป็นเพื่อนของเพื่อน 200 คนในข้อแรก ซึ่งถ้าสมมติว่าเพื่อน 200 คนของคุณ มีเพื่อนอีกคนละ 200 คน Friends of friends ของคุณจะมีจำนวนเท่ากับ 40,000 คนทีเดียว! ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะเป็นคนที่คุณแทบจะไม่รู้จักมาก่อนเลยก็ได้</p>
<p><strong>Everyone :</strong> หมายถึงทุกคนหรือใครก็ได้ที่เป็นสมาชิก facebook นั่นเอง ซึ่งจำนวนปัจจุบันก็คือ 500 ล้านคน!</p>
<p>การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวทั้งหมดของ facebook นั้นจะมีพื้นฐานอยู่บน 3 คำนี้ครับ ซึ่งข้อมูลแต่ละอย่างที่คุณใส่ลงไปนั้น คุณเองจะสามารถกำหนดได้ว่าใครบ้างใน 3 กลุ่มที่พูดไปนี้ ที่มีสิทธิ์เข้ามาเห็นได้ ซึ่งคุณสามารถเข้าไปจัดการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวสำหรับข้อมูลแต่ละอย่างของคุณได้ที่ Privacy Settings (ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว) ที่อยู่ภายใต้เมนู Account (บัญชีผู้ใช้งาน) ทางมุมขวาด้านบนของหน้า facebook คุณนั่นเองครับ ซึ่งถ้าคุณมีเวลาศึกษาซักนิดนึง ก็จะเห็นว่าคุณสามารถตั้งได้ละเอียดมาถึงระดับรายชื่อเพื่อนหรือเจาะจงเป็นบุคคลได้เลยพร้อมตั้งเงื่อนไข เช่น &#8220;อนุญาตให้เพื่อนทุกคนเห็นข้อมูลนี้ได้ยกเว้นคนที่อยู่ในรายชื่อเพื่อนที่ทำงานและ(ชื่อแฟนเก่า)&#8221;</p>
<p>นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวสำหรับเนื้อหาแต่ละครั้งที่คุณจะโพสท์ลงไปใน facebook ได้อีกด้วย โดยคลิกที่รูปกุญแจที่อยู่ข้างๆ ปุ่ม Share (แบ่งปัน) แล้วเลือกว่าเนื้อหาที่คุณจะโพสท์ต่อไปนี้จะอนุญาตให้ใครเห็นได้บ้างได้อีกเช่นกันครับ</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.facebookgoo.com/upload/privacy-20100821-143052.jpg" alt="" width="543" height="181" /></p>
<p>ค่าความเป็นส่วนตัวที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือส่วนของ Basic Directory Information ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าใครจะสามารถค้นหาชื่อของคุณเจอและสามารถขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อนได้ สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเยอะๆ และไม่อยากให้ใครมาหาคุณเจอหรือขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อนกันแบบตามใจชอบ  ก็อย่าลืมไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในส่วนนี้ให้คนที่สามารถค้นหาคุณเจอ  หรือจะขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อนจะต้องเป็น เพื่อน หรือ เพื่อนของเพื่อนเท่านั้นก็จะช่วยได้มากเลยครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.facebookgoo.com/upload/Facebook_%7C_Privacy_Settings-20100821-143217.jpg" alt="" width="600" /></p>
<h3>ความเหมาะสมของเนื้อหาที่โพสท์</h3>
<p><a href="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-5.jpg"><img class="size-thumbnail wp-image-1064 alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="images-5" src="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/images-5-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>สิ่งที่อยากจะย้ำในที่นี้ก็คือการ&#8221;คิดก่อนโพสท์&#8221;นั่นเองครับ ถามว่ามันเกี่ยวข้องยังไงกับความปลอดภัยของคุณ ลองมาดูตัวอย่างกันนิดนึงดีกว่า ในกรณีที่เพื่อนทั้งหมดของคุณเป็นคนที่รู้จักและไว้ใจได้ทั้งหมดคงจะไม่ค่อยน่าเป็นห่วง แต่สมมติว่าคุณมีเพื่อนที่ไม่สนิท หรือมีคนสวมรอยมาเป็นเพื่อนคุณในชื่อหรือสถานะอื่นๆ ด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ดีบางอย่าง การที่คุณโพสท์ไปว่า<em> &#8220;ไม่อยู่บ้าน 3 วันนะ ไปเมืองนอก ไม่ต้องโทรมา&#8221;</em> อาจจะเปิดช่องให้มิจฉาชีพมีช่องทางทำงานได้ง่ายขึ้น หรือการที่คุณโพสท์ข้อความที่หมิ่นเหม่ต่อสังคมหรือจริยธรรมก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าด้วยครับ ถ้าคุณไม่ระมัดระวังว่าใครบ้างที่กำลังอ่านโพสท์ของคุณอยู่</p>
<p>หรือแม้แต่ในเรื่องการโพสท์รูป เช่นการโพสท์รูปห้องหับภายในบ้านของตัวเองให้คนอื่นเห็นหมดว่ามีของมีค่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง หรือในบางประเทศนั้น มีคำแนะนำถึงขั้นที่ว่าไม่ควรอัพโหลดรูปลูกหลานของตัวเอง หรือถ้าโหลดขึ้นไปก็ห้ามระบุชื่อเด็กๆ เพราะอาจจะทำให้ง่ายต่อการทำงานแก๊งลักพาตัว กรณีนี้ยังไม่เห็นในบ้านเรา แต่ระวังไว้ก็ไม่เสียหายครับ โดยเฉพาะคนที่มีเพื่อนแปลกหน้าเยอะๆ</p>
<h3><strong>พฤติกรรมการใช้งาน</strong></h3>
<p>สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของคุณเองด้วย กรณีที่พบเจอบ่อยๆ และคุณต้องระมัดระวังก็คือ</p>
<p>1. อย่าไปลงแอพพลิเคชั่นมั่วซั่ว เดี๋ยวนี้แอพโจรมีมาเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการลงแอพพลิเคชั่นใน facebook คุณจะต้องยินยอมให้แอพพลิเคชั่นนั้นเข้าถึงข้อมูลส่วนหนึ่งของคุณซึ่งบางครั้งคุณอาจจะกลายเป็นเหยื่อตอนนั้นแหละ ผมเองนั้นทุกวันนี้ถ้าไม่ใช่แอพพลิเคชั่นที่มั่นใจจริงๆ ผมจะปฎิเสธไปตลอด</p>
<p>2. เรื่องพื้นฐานที่สุด คนที่ใช้ facebook ตามร้านอินเตอร์เน็ต หรือคอมพิวเตอร์สาธารณะอื่นๆ คุณมีโอกาสโดนสวมรอยหรือถูกโจรกรรมข้อมูลได้ง่ายกว่าคนอื่นหลายเท่าครับ ถ้าให้ผมแนะนำละก็ ถ้าคุณไม่มีคอมพิวเตอร์ของคุณเอง หรือมีร้านประจำที่ไว้ได้จริงๆ ล่ะก็ เล่นบนมือถือยังปลอดภัยกว่าเลยครับ</p>
<p><strong>ผมคงไม่มีคำตอบว่าจะใช้ facebook อย่างไรให้ปลอดภัย 100% เพราะว่ายังไงๆมันก็คือสิ่งที่อยู่ในโลกออนไลน์ซึ่งยากแก่การควบคุม แต่ถ้าเพื่อนๆ มีความสุขกับการใช้ facebook และเห็นถึงประโยชน์ของมัน ก็น่าจะใช้เวลาสักนิดนึงนั่งลงย้อนดูตัวเองและปรับเปลี่ยนวิธีการใช้งานให้เหมาะสม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการมีสติครับ ทุกครั้งที่คุณใช้สื่อ online หรือ social media ต่างๆ ขอให้คุณคำนึงอยู่เสมอว่าทุกสิ่งที่คุณทำลงไปนั้นจะสามารถทำให้เกิดอะไรตามมาได้บ้าง และระมัดระวังรอบคอบในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกเพื่อน รับเพื่อน การใช้คำพูดและการโพสท์การคอมเม้นท์ทุกอย่าง แล้วคุณจะใช้งาน facebook ได้อย่างปลอดภัย (มากขึ้น) ครับ!</strong></p>
<p><strong>เพื่อนๆ ใครมีเทคนิคหรือไอเดียอื่นๆ ในการเล่น facebook ให้ปลอดภัยก็ลองมาเล่าให้ฟังกันดูบ้างนะครับ<br />
</strong></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1058&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/08/21/how-to-safely-use-facebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/08/20/how-to-avoid-banned-account-facebook/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=how-to-avoid-banned-account-facebook</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/08/20/how-to-avoid-banned-account-facebook/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2010 05:45:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิคการใช้งาน]]></category>
		<category><![CDATA[Ban]]></category>
		<category><![CDATA[Technic]]></category>
		<category><![CDATA[Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1053</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่เพิ่งเปิดบัญชี Facebook แล้วกำลังแอดเพื่อนกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพื่อเล่นเกม เพื่อสร้างมิตรภาพ หรือปูทางธุรกิจในระยะยาว ต้องพึงระวังให้ดี เพราะการมีเพื่อนเป็นสิ่งที่ดี  เพื่อนยิ่งเยอะยิ่งดี ไม่มีใครห้าม แต่การกระทำทุกอย่างต้องอยู่ในขอบเขตของความถูกต้อง ตามกฏกติกา แต่กฎเหล็กในการสร้างสังคมใน Facebook ก็คือ ห้ามขายสินค้าหรือบริการ ซึ่งข้อนี้ทุกคนคงรู้ดี และไม่กล้าทำแน่นอน แต่ทำไม พอเล่น ๆ ไปจนมีเพื่อนมากมาย แล้ววันนึง Facebook ของคุณก็เกิดเป็นหน้าว่างเปล่า ขาว ๆ ไม่หลงเหลือแม้แต่ตัวอักษรให้เห็นแม้ตัวเดียว …เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันก่อนเขียนบทความเรื่อง &#8220;<a title="Permanent Link to 11 เหตุผลใหญ่ที่ทำให้ facebook ของคุณถูกระงับ" rel="bookmark" href="../2010/07/08/12-reason-to-suspend-your-account/">11 เหตุผลใหญ่ที่ทำให้ facebook ของคุณถูกระงับ&#8221;</a> ไปปรากฎว่ามีคนสนใจกันมากมาย เพราะว่าสำหรับบางคนมันเป็นเรื่องใกล้ตัวเหลือเกิน หรือบางคนก็กำลังโดนระงับอยู่ ถึงขั้นอีเมล์มาถามกันมากมายว่าถ้าโดนระงับแล้วจะต้องทำยังไงบ้าง ผมเองพูดตามตรงว่าเป็นคนที่เล่น facebook ระมัดระวังมาก เล่นมา 3 ปีกว่าๆ ไม่เคยโดนตักเตือนอะไรแม้แต่นิดเดียว ก็เลยไม่ได้มีประสบการณ์ตรงที่จะมาเล่าให้ฟังซักเท่าไหร่ จนกระทั่งได้เข้าไปเจอบล็อกหนึ่ง ที่พูดถึงเรื่องนี้ไว้ แต่เป็นประสบการณ์ตรงที่มีอะไรละเอียดกว่าผมเยอะ ก็เลยขออนุญาตเจ้าของต้นฉบับนำมาโพสท์กันที่นี่ให้อ่านกันง่ายๆ ครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน</p>
<p>===================================================</p>
<h2><strong>Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน</strong></h2>
<p><strong>ผู้เขียน คุณปรียาพร ศรีหะรัญ ที่มา <a href="http://preeyaporncom.ipage.com/blog/social-network/facebook-why-account-disable/comment-page-1/#comment-33" target="_blank">Preeyaporn.com</a></strong></p>
<p><a href="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/facebook-murder.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1054" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="facebook-murder" src="http://www.facebookgoo.com/wp-content/uploads/2010/08/facebook-murder-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>ใครที่เพิ่งเปิดบัญชี <em><strong>Facebook</strong></em> แล้วกำลังแอดเพื่อนกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพื่อเล่นเกม  เพื่อสร้างมิตรภาพ หรือปูทางธุรกิจในระยะยาว ต้องพึงระวังให้ดี  เพราะการมีเพื่อนเป็นสิ่งที่ดี  เพื่อนยิ่งเยอะยิ่งดี ไม่มีใครห้าม  แต่การกระทำทุกอย่างต้องอยู่ในขอบเขตของความถูกต้อง ตามกฏกติกา</p>
<p>เพราะ <em><strong>Facebook</strong></em> เป็น <strong>Social Network</strong> ที่ มีอานุภาพยิ่งใหญ่ที่สุด ในการสร้างสังคมออนไลน์ในเวลานี้ ไม่ว่าคนทั่วไป  คนทำงาน ไปจนถึงบริษัท ภาครัฐ ต่างก็กระโจนเข้ามาทำการตลาดใน <strong><em>Facebook </em></strong>กันอย่างหนัก เพราะเป็นช่องทางในการสร้างฐานลูกค้าได้จำนวนมาก แบบนุ่มนวลและเป็นมิตรที่สุด ผู้รับก็ให้การยินยอม และยินดีที่จะรับ แบบถูกกฎหมาย</p>
<p>เมื่อคุณเปิดบัญชี <em><strong>Facebook</strong></em> เป็นที่เรียบร้อย กระบวนการแอดเพื่อนก็เริ่มขึ้น ด้วยการส่งคำเชิญขอเป็นเพื่อนจากคนที่อยู่ใน <em><strong>Facebook</strong></em> ด้วยกัน  จากรายชื่อผู้ติดต่อใน Email ของคุณ ทั้งผู้ที่มีบัญชี <em><strong>Facebook</strong></em> อยู่แล้ว และผู้ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน คุณก็สามารถเชิญชวนพวกเขามาเป็นเพื่อนได้ทุกวัน</p>
<p>แต่กฎเหล็กในการสร้างสังคมใน <em><strong>Facebook</strong></em> ก็คือ  ห้ามขายสินค้าหรือบริการ ซึ่งข้อนี้ทุกคนคงรู้ดี และไม่กล้าทำแน่นอน  แต่ทำไม พอเล่น ๆ ไปจนมีเพื่อนมากมาย แล้ววันนึง Facebook  ของคุณก็เกิดเป็นหน้าว่างเปล่า ขาว ๆ  ไม่หลงเหลือแม้แต่ตัวอักษรให้เห็นแม้ตัวเดียว …เกิดอะไรขึ้นเนี่ย</p>
<h3>ใจหายแว๊บ….</h3>
<h3>บัญชีคุณถูกแบนไปเรียบร้อยโรงเรียน <em>Facebook</em> แล้วค่ะ</h3>
<p>สังคมที่คุณอุส่าห์อดหลับอดนอน ทนปั้นมากับมือ หายวับไปกับตา  ก็น่าใจหายนะคะ เพื่อนก็เป็นร้อยเป็นพัน แล้วจะทำยังไงกันดี  จะมีวิธีเอากลับมาเหมือนเดิมได้มั๊ยเนี่ย… คิดแล้วกลุ้ม</p>
<p>มาดูกันที่สาเหตุกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าเป็นเพราะอะไร จะได้ป้องกันแต่เนิ่น  ๆ ซึ่งดิฉันจะแบ่งปันเฉพาะกรอบของผู้เล่นทั่วไป  ที่ไม่ได้หวังแอดเพื่อนเพื่อเล่นเกม  เพราะกฎกติกาการเล่นเกมจะมีแยกต่างหากอีกเป็น 10  ข้อเลยค่ะ ถ้าคุณไม่ใช่คนกลุ่มนี้ ก็อ่านต่อค่ะ</p>
<h4>สาเหตุการโดนแบนบัญชี Facebook</h4>
<p>ในเบื้องต้น กว่าคุณจะก้าวมาถึงจุดนี้ คุณต้องรู้แล้วว่า  บัญชีของคุณไม่มีวันถูกปิดแน่นอน ถ้าชื่อบัญชีของคุณถูกต้องและตรวจสอบได้,  คุณคือผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว,  คุณรู้ว่าการเป็นสมาชิกในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้น สามารถรวมได้ไม่เกิน 200  หน้า/วัน , มีเพื่อนได้ไม่เกิน 5,000 คนในหน้า Profile  และมีได้ไม่จำกัดในหน้า Fan page   แต่สิ่งที่คุณต้องพึงระวังจากการถูกแบนโดยไม่รู้ตัว ก็คือ</p>
<h4>1. ระหว่างที่คุณกำลังแอดเพื่อนอย่างเมามัน ระบบ ก็ขึ้นข้อความมาว่า</h4>
<p>“ระบบของ <em><strong>Facebook </strong></em>ได้ ประเมินว่าคุณได้ทำการส่งข้อความ อย่างรวดเร็วเกินไป  ขอให้คุณลดความเร็วในการส่งข้อความลง อีกทั้งการใช้เว๊ปไซต์ผิดวัตถุประสงค์  อาจเป็นเหตุให้บัญชีผู้ใช้ของคุณถูกระงับใช้ชั่วคราว  หรือถูกยกเลิกอย่างถาวร”</p>
<p>แล้วก็สั่งให้คุณพิมพ์ตัวอักษรที่อ่านยาก ๆ 2 คำลงในช่องว่าง   ให้คุณแอดต่อไปได้ นั่นหมายความว่าคุณแอดเพื่อนเร็ว  หรือถี่จนเกินไป  จนระบบอัตโนมัติตรวจจับได้</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้  ขอให้คุณหยุดแอด แล้วหันมาโพสต์สิ่งดี ๆ แบ่งปันให้เพื่อน ๆ แทน เพื่อ ให้เขาเห็นประโยชน์ เห็นคุณค่าที่ได้รับจากคุณ แล้วเขาจะขอแอดกลับมาเอง  เพราะคุณอย่าลืมว่า เพื่อน 1 คนที่คุณแอดไปนั้น  ยังมีเพื่อนของเขาอีกหลายร้อย หลายพันคนที่ได้เห็นข้อความของคุณด้วย  รุกมากจะยากนานนะคะ เป็นฝ่ายรับบ้างจะดีกว่าค่ะ</p>
<h4>2. ระบบ ตรวจพบว่าคุณพิมพ์ตัวอักษร ( ที่อ่านยาก ๆ ) ผิดหลายครั้ง</h4>
<p>ข้อนี้ ก็เป็นผลมาจากข้อ 1 ค่ะ อย่าดันทุรังค่ะ ถ้าเป็นแบบนี้  ให้คุณหยุดทันที แล้วค่อยไปเริ่มแอดใหม่ในวันถัดไป เพราะถ้าขืนดื้อดึง  นอกจากคุณจะแอดเพื่อนไม่ได้แล้ว คุณยังเล่นอย่างอื่นไม่ได้ด้วย  เป็นเวลา  24 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น</p>
<h4>3. มีคนกด <em>Block</em> แจ้งไปที่ <em>Facebook</em> ว่าคุณกำลังไปรบกวนเวลาทำงาน</h4>
<p>จนสร้างความรำคาญให้กับเขา หรือเขาอาจจะป้องกันเรื่องความปลอดภัยของเขาเองก็ได้ เพราะ <em><strong>Facebook</strong> </em>มี ความเป็นส่วนตัวสูง ใครเข้าไปวุ่นวายมาก เขาก็อาจสั่ง Block เราได้  แบบนี้  ก็น่าสงสาร …ใจดำเหลือเกิน ไม่ยอมรับเรา แล้วยังมาทำกับเราแบบนี้อีก  เซ็งเป็ดเลย</p>
<p>ถ้าเป็นกรณีนี้ ข้อความจะขึ้นเตือนว่า</p>
<p>“บล๊อก!  คุณมีความประพฤติที่น่ารำคาญหรือไม่เหมาะสมโดยผู้ใช้อื่น ๆ  …  คุณถูกระงับการเพิ่มรายชื่อเพื่อน  เนื่องจากมีการใช้งานที่ผิดปกติบ่อยครั้ง.  การระงับนี้จะคงอยู่ไม่กี่ชั่วโมง ไปจนถึงหลายวันในทุก ๆส่วน.   เมื่อคุณได้รับอนุญาตให้เพิ่มรายชื่อเพื่อนได้อีกครั้ง  กรุณาดำเนินการด้วยความระมัดระวัง หากเกิดการระงับขึ้นอีกครั้ง  บัญชีผู้ใช้ของคุณอาจจะถูกปิดอย่างถาวร”</p>
<p>โหยยย… อ่านแล้วเสียว  มันจะโหดอะไรขนาดน้าน … ก็มีคนเจอกันมาเยอะแล้วไงคะ  เลยต้องรีบมาแบ่งปันเพื่อน ๆ  ให้ระมัดระวังกัน เพราะตัวดิฉันเองก็เพิ่งเจอมาสด ๆ ร้อน ๆ เหมือนกัน</p>
<h4>4. การโพสต์บนกระดานข้อความมากเกินไป ก็โดนได้เหมือนกันค่ะ</h4>
<p>วันนึงคุณเขียนกี่ข้อความคะ 5 หรือ 10  หรือจำไม่ได้   ถ้าคุณโพสต์แล้วข้อความไม่ขึ้น นั่นคือสัณญาณเตือนว่าคุณโพสต์มากเกินไป   แต่ถ้าข้อความไม่ขึ้นเพราะระบบขัดข้อง ให้ลองใหม่คุณก็ลองใหม่ถ้าขึ้นก็จบไป  แต่ถ้าไม่ขึ้นเลย คุณต้องหยุดทันทีนะคะ แล้วรอทำต่อในวันถัดไปนะคะ</p>
<p>แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องโพสต์ข้อความนั้นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ  คุณควรจะดัดแปลงประโยคให้ดูแตกต่างจากของเดิมเล็กน้อย  เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจจับ แต่ก็ไม่ควรทำบ่อยนักนะคะ เพราะถึง Headline  จะแตกต่าง แต่เนื้อหาเหมือนเดิม ก็อาจจะถูกจับได้อยู่ดี</p>
<p><strong>5. การแฝงเป็นคนอื่น และคนเดียวมีหลายบัญชี</strong></p>
<p>ข้อนี้ ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งค่ะ การแฝงเป็นคนอื่น ก็คือ ใช้บัญชีผู้อื่นในการสร้างประโยชน์ของให้กับตัวเอง  <em><strong>Facebook</strong></em> มีความสามารถพอ ที่จะตรวจจับได้ไม่ยาก หากสิ่งที่โพสต์ไปนั้น  ไม่ใช่ตัวตนของเจ้าของบัญชีเลย  และการที่คุณมีหลายบัญชี  โดยใช้ชื่อเดียวกัน รูปภาพเดียวกัน ก็อาจจะโดนแบนทั้ง 2 บัญชีเลยก็ได้  โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพราะผิดกันเห็น ๆ</p>
<h4>6. เนื้อหาและภาพที่โพสต์ ไม่เหมาะสม</h4>
<p>ข้อนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นที่คำที่ไม่เหมาะสม  หรือเนื้อหาส่อไปในทางที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม  เน้นขายสินค้า  หรือเน้นโปรโมทธุรกิจจนเกินไปรึเปล่า  เช่น คำหยาบคาย, ข่มขู่,  เกลียดชัง,สร้างความแตกแยก, ภาพโป้, ขายของ, ปล่อยไวรัส เป็นต้น</p>
<p>ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ<em><strong> Facebook</strong></em> และอยู่ที่ตัวคุณเอง ว่าจะระมัดระวังได้แค่ไหน  เพราะมีหลายคนที่ถูกปิดบัญชีไปโดยไม่รู้สาเหตุ ทั้ง ๆ  ที่แอดเพื่อนวันละไม่ถึง 10 คนเลย ชื่อบัญชีก็ถูกต้อง  แถมยังไม่เคยเข้ากลุ่มใครเลยด้วยซ้ำ  เนื้อหาที่โพสต์ก็แค่คุยกันธรรมดา  โดนปิดบัญชีเฉยเลยก็มี</p>
<p><strong>และข้อความสุดท้ายในชีวิต ที่คุณจะได้รับจากเจ้าพ่อ Facebook  ก็คือ</strong></p>
<p><strong><em>Account Disabled</em></strong></p>
<p>Your account has been disable by an administrator. If you have any questions or concerns, you can visit our  FAQ page here.</p>
<p>เตือนเป็นภาษาไทยง่าย ๆ  ยังไม่เข้าใจ ตอบมาเป็นภาษาอังกฤษ อย่างนี่แล้วจะหนาว … แปลให้เลยว่า  บัญชีผู้ใช้งานของคุณถูกระงับ  ถ้าคุณมีคำถามหรือข้องใจนักล่ะก็ มาดู ที่นี่ เลย</p>
<p>ซึ่งในกรณีนี้ คนที่ถูกระงับบัญชี  จะไม่มีวันได้ใช้บัญชีเดิมอีกเลย คำว่าบัญชีเดิมคือ ชื่อผู้ใช้,รูปภาพ,  รายละเอียดที่เป็นข้อมูลเดิมของคุณทั้งหมด รวมไปถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ  โน๊คบุ๊คที่คุณเคยใช้ชื่อเดิมในการ Login  เข้า <em><strong>Facebook</strong></em></p>
<p>วิธีแก้ไข ก็คือ ขอเจรจาให้ <em><strong>Facebook</strong></em> เปิดบัญชีเดิมให้ใช้ได้ตามปกติ  อาจจะได้นะคะ คุณต้องลองดู เพราะ <em><strong>Facebook</strong></em> จะดูความผิดคุณว่าหนักเบาแค่ไหน ควรแก่การให้อภัยหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่แล้ว  ไม่ค่อยได้ เพราะ 1. สื่อสารภาษาอังกฤษ คุยกันไม่รู้เรื่อง 2.  ข้อหาหนักเกินกว่าจะให้อภัย</p>
<p>ดังนั้น <em>เมื่อไรที่มีสัญญาณเตือนจาก <strong>Facebook</strong> คุณจะต้องหยุดการกระทำนั้น ๆ ทันที</em> ถ้า คุณยังขืนทำผิดอีก Facebook ก็จะแจ้งเตือนคุณทาง Email เพื่อตอกย้ำ  ไม่ให้คุณละเมิดกฎ  ครบ 3  ครั้งเมื่อไรบัญชีอันสวยงามของคุณก็จะหายวับไปแบบถาวร  นั่นคือเมื่อคุณ Login เข้า <strong><em>Facebook</em> </strong>ของคุณ แล้วเจอหน้าว่างเปล่า ขาว ๆ  ไม่มีคำเตือนใด ๆอีกต่อไป นั่นแหละค่ะ คือจบบริบูรณ์ จูนไม่ติดกันเลยกับอนาคตใน <strong><em>Facebook</em></strong> ของคุณ</p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1053&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/08/20/how-to-avoid-banned-account-facebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จำเป็นไหมว่าหนึ่งองค์กรต้องมีแค่ fan page เดียว?</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/08/19/one-page-per-business/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=one-page-per-business</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/08/19/one-page-per-business/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2010 04:46:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[การใช้งาน facebook page]]></category>
		<category><![CDATA[Fan Page]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1025</guid>
		<description><![CDATA[ลองนึกเล่นๆ ว่าคุณกำลังวางแผนสร้าง fan page ให้กับบริษัทใหญ่ที่มีผลิตภัณฑ์หลายแบรนด์ มีบริการหลายอย่าง คุณจะวางกลยุทธ์ในการทำ fan page เผื่อสนับสนุนธุรกิจทั้งหมดของคุณยังไงดี? หรือ ลองนึกเล่นๆ อีกว่า ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งมีหลายสาขา แต่ละสาขาก็มีกลุ่มลูกค้าประจำของตัวเอง มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เราน่าจะสร้าง fan page เดียวเป็นของห้าง หรือทำเป็น page แยกของแต่ละสาขาดี? ลองมาอ่านบทความนี้กันดู แล้วหาคำตอบให้ตัวเองครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอดีช่วงนี้กำลังนั่งปั่นต้นฉบับหนังสือเกี่ยวกับ facebook marketing อยู่ เลยอาจจะเห็นว่าทางเว็บ facebookgoo ออกจะเงียบๆ ไปซักหน่อย ก็เพราะว่ามัวแต่ไปซุ่มเขียนหนังสืออยู่นี่แหละครับ แต่ไหนๆ ก็เขียนแล้ว ก็ขออนุญาตเอาซักบทหนึ่งในหนังสือมาให้ชิมกันเล็กน้อย เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังคิดจะทำ fan page ครับผม ที่เอามาลงไว้ในนี้ เป็นฉบับย่อของบทหนึ่งในหลายๆ บนของหนังสือที่กำลังจะออกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านะครับ ใครอยากอ่านฉบับเต็มก็เก็บตังค์เตรียมตัวซื้อได้เลย! (ขออนุญาตโฆษณาสักเล็กน้อยละกัน อิอิ)</p>
<p>===============================</p>
<p><strong>ไม่มีอะไรบังคับว่า ธุรกิจของคุณจะต้องมีแค่ fan page เดียว คุณอาจจะมีหลายๆ page สำหรับจุดประสงค์หรือบริการแต่ละอย่างก็ได้</strong></p>
<p>ลองนึกเล่นๆ ว่าคุณกำลังวางแผนสร้าง fan page ให้กับบริษัทใหญ่ที่มีผลิตภัณฑ์หลายแบรนด์ มีบริการหลายอย่าง คุณจะวางกลยุทธ์ในการทำ fan page เผื่อสนับสนุนธุรกิจทั้งหมดของคุณยังไงดี?</p>
<p>หรือลองนึกเล่นๆ อีกว่า ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งมีหลายสาขา แต่ละสาขาก็มีกลุ่มลูกค้าประจำของตัวเอง มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เราน่าจะสร้าง fan page เดียวเป็นของห้าง หรือทำเป็น page แยกของแต่ละสาขาดี?</p>
<p>หรือแม้แต่ถ้าคุณเป็นผู้บริหารค่ายเพลง แล้วภายในค่ายก็มีศิลปินอยู่มากมายหลายเบอร์ คุณอาจจะมีทั้งหน้า page หลักของค่าย แล้วยังมี page ของศิลปินแต่ละคนอีก แล้วทำยังไงดี ถึงจะไม่งง ไม่ทำให้การประชาสัมพันธ์อะไรซักอย่าง ซ้ำซ้อนกันไปหมด?</p>
<p>ทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมานี้ เป็นปัญหาจริงที่เกิดขึ้น กับ fan page หลายๆ แห่ง ที่ทุกวันนี้ทางเจ้าของ page ก็ยังนั่งขบคิดกันอยู่ มีหลายแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งผมเองก็อยากจะชวนคุณมานั่งคิดตรงนี้ให้เรียบร้อยกันก่อนซักนิดนึงครับ ก่อนที่ลุกขึ้นไปลงมือสร้าง page ให้กันธุรกิจพันล้านของคุณกัน</p>
<h3><strong>ข้อดีและข้อเสียของการมี page เดียวรวมทุกอย่าง</strong></h3>
<p>ข้อดีอย่างแรกเลยคือตัวเลขจำนวนสมาชิกครับ! ถ้าคุณคิดว่าจำนวนสมาชิกใน page ของคุณคือสิ่งที่มีค่าที่สุดและเป็นตัววัดความสำเร็จในการสร้างอิทธิพลบน facebook ละก็ ผมแนะนำให้คุณมีแค่ page เดียวเท่านั้น หลังจากนั้นจงระดมมันสมอง, ทุนทรัพย์ และกลยุทธ์ทั้งสิ้นมาโฟกัสกับ page นี้อันเดียวในการเพิ่มจำนวนสมาชิก page ของคุณ</p>
<h3><strong>ทีนี้เราลองมาดูข้อด้อยของการมี page เดียวรวมมิตรกันบ้าง</strong></h3>
<p>ถ้าคุณมี 1 page แต่มีผลิตภัณฑ์เยอะ หมายความว่าคุณจะต้องมีเนื้อหาเยอะขึ้น หลายด้านขึ้น ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อความถี่ในการอัพเดทข้อมูล ส่วนตัวผมเอง ผมไม่ค่อยจะปลื้ม page ที่อัพเดทข้อมูลกันทั้งวี่ทั้งวันซักเท่าไหร่หรอก โดยเฉพาะถ้าคุณอัพเดทมา 10 ครั้ง แล้วมันมีเรื่องที่ผมสนใจจริงๆ แค่ 1 ครั้งมันก็เกะกะหน้า wall ของผมเหมือนกันนะครับ</p>
<p>page เดียวข้อมูลหลายด้านเกินไป admin คนไหนจะมาตอบไหวทุกเรื่อง? ด้วยความที่ facebook นั้นเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมมากในการรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า แต่ถ้าข้อมูลกระจัดกระจายหลากหลายเกินไป นอกจากจะรกหน้า wall ของ page คุณเองแล้ว การตอบสนองต่อลูกค้าก็ยังลำบากอีกด้วย</p>
<h3><strong>แปลว่าธุรกิจหนึ่งควรจะมีหลายๆ page อย่างนั้นหรือ?</strong></h3>
<p>ก็ไม่เสมอไปครับ เราลองมาดูข้อดีและข้อด้อยของการมีหลาย page แล้วค่อยตัดสินใจดีกว่า</p>
<p>กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มต้องการวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกัน คุณสามารถใช้หลาย page เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพกว่า ธุรกิจของคุณอาจจะมีผลิตภัณฑ์บางตัวที่มีกลุ่มเป้าหมายคือเด็กวัยรุ่น ขณะเดียวกันก็มีอีกตัวที่เจาะกลุ่มคนมีครอบครัวแล้ว สองกลุ่มนี้ต้องการวิธีการการสื่อสารที่แตกต่างกันแทบจะทุกอย่าง แถมการมี page ที่เฉพาะเจาะจงเฉพาะกลุ่มย่อมสามารถเจาะลึกในเนื้อหาได้เจาะจงและเต็มที่กว่า page ที่มีเนื้อหาเฉพาะทาง มีเนื้อหาเข้มข้นในส่วนที่ผู้รับข้อมูลสนใจย่อมได้เปรียบและสร้างอิทธิพลได้ดีกว่า</p>
<h3><strong>ฟังดูเหมือนการมีหลาย page จะดีกว่านะเนี่ย แต่คุณก็ต้องแลกมาด้วยสิ่งต่อไปนี้ครับ</strong></h3>
<p>ระบบการบริหารจัดการที่ซับซ้อนวุ่นวายกว่า เมื่อมีหลาย page ก็ต้องดูแลกันหลายต่อ ต้องคอยตัดสินใจว่าเนื้อหาส่วนไหนจะเอาขึ้นหน้าไหน แถมยังอาจจะต้องใช้คนดูแลหลายคนมาช่วยกันดูแลอีกด้วย<br />
การเชื่อมโยงประสานกันระหว่าง page ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกัน อันนี้เป็นอีกโจทย์หนึ่งของคนที่มีหลาย page ที่จะทำยังไงให้หลายๆ page ที่คุณมีอยู่นั้นสามารถเชื่อมโยงกันได้ ให้สมาชิกได้รู้และคลิกจากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่งได้แล้วไม่หลงทาง<br />
และสุดท้าย แน่นอนที่สุดว่าจำนวนตัวเลขของสมาชิกแต่ละ page นั้นก็คงจะเฉลี่ยๆ กันไป อาจจะไม่มารวมกันเป็นก้อนเยอะๆ ให้หัวหน้ายิ้มแฉ่งอย่างที่อยากจะเห็นแน่ๆ</p>
<h3>ปัจจัยในการตัดสินใจว่าจะใช้หลาย page หรือ page เดียว</h3>
<p><strong>กลุ่มเป้าหมาย :</strong> กลุ่มเป้าหมายของ fan page คุณมีขอบเขตที่กว้างและหลากหลายแค่ไหน? การมี page เดียวจะสามารถตอบสนองกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดได้หรือเปล่า?</p>
<p><strong>จุดประสงค์ : </strong>คุณตั้งใจจะใช้ page ของคุณทำอะไร ถ้าต้องการเพียงแค่สร้าง Brand Awareness ก็อาจจะดีกว่ากับการทำแค่ page เดียวและโฟกัสให้เต็มที่ แต่ถ้าคุณต้องการทำ customer engagement ก็อาจจะต้องคิดให้ซับซ้อนขึ้นกว่านั้น</p>
<p><strong>ทรัพยากร :</strong> อยากทำหลาย page แล้วมีคนดูแลพอไหม? แผนนี้อาจจะไม่เวิร์คก็ได้ถ้าสุดท้ายต้องกลายเป็น 1 คนดูแล 5 page ไป</p>
<p>อ่านแล้วคิดยังไงกันบ้างครับ? ธุรกิจของคุณน่าจะมีซักกี่ fan page ดี</p>
<p>==============================</p>
<p>จริงๆ เนื้อหาส่วนนี้และเรื่องราวไอเดียเทคนิคการสร้าง fan page ในแง่มุมอื่นๆ นอกจากจะอยู่ในหนังสือที่จะออกมาเร็วๆ นี้แล้ว ก็ยังอยู่ในการ Workshop ที่เราจะจัดขึ้นเป็นประจำด้วยนะครับ ถ้าสนใจอยากเรียนรู้เพิ่มเติมก็สามารถดูรายละเอียดที่ป้าย banner ด้านบนหรือในหน้าแรก หรือ<a href="http://www.facebookgoo.com/2010/06/09/workshop-facebook-page-management/">คลิกที่นี่ก็ได้ครับผม</a></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1025&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/08/19/one-page-per-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ได้เวลาเจ้าของ fan page รีบปรับตัวต้อนรับ layout ใหม่กันอีกรอบ!</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/08/11/facebook-remove-box-tab/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=facebook-remove-box-tab</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/08/11/facebook-remove-box-tab/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2010 04:43:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารอัพเดท]]></category>
		<category><![CDATA[Fan Page]]></category>
		<category><![CDATA[FBML]]></category>
		<category><![CDATA[layout]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=1007</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่ 23 สิงหาคม 2010 ทาง facebook จะมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาของ profile และ page กันอีกแล้ว มาดูกันซิว่าจะมีอะไรที่กระทบการใช้งานของคุณบ้าง ส่วนเจ้าของ fan page ทั้งหลาย มีสิทธิ์โดนกระทบแน่ๆ รีบเข้ามาอ่านกันเลยดีกว่า จะได้ปรับตัวทัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนที่ใช้ facebook มาซักระยะหนึ่ง ก็คงจะรู้ดี ว่าเป็นเว็บไซท์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนหน้าตา เพิ่มโน่นตัดนี่กันอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดนี้ก็กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงกันอีกรอบ ซึ่งอาจจะกระทบกระเทือนผู้ใช้หลายๆ คน โดยเฉพาะเจ้าของ fan page ต่างๆ ที่อาจจะต้องมีการปรับหน้าตากันยกใหญ่ก็ได้ครับ มาดูกันซิว่า มีอะไรที่ต้องให้ความสนใจบ้าง</p>
<p>หลายๆ ท่่านที่เป็นเจ้าของ fan page ถ้าวันนี้คลิกเข้ามาดู page ของคุณเอง ก็คงจะได้เจอกล่องแจ้งเตือนแบบนี้กันถ้วนหน้าครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="ืืืnew layout notice" src="http://www.facebookgoo.com/upload/new_layout-20100811-111834.jpg" alt="" width="500" /></p>
<p>ที่เค้าแจ้งมานั้น พูดถึงการเปลี่ยนแปลงหลักๆ 2 อย่าง ที่มีผลแน่ๆ กับหน้าตา fan page ของคุณ ซึ่งจะถูกบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมนี้</p>
<p><strong>1. Boxes are going away!</strong> Box หรือกล่องนี่ ก็คือพื้นที่ ที่คุณเอาไว้ใส่พวก application ต่างๆ หรือหน้าพิเศษที่เป็น fbml ต่างๆ นั่นเอง ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับขั้นตอนที่คุณจะสร้าง side bar ที่เป็นเนื้อหาหรือแบนเนอร์พิเศษ สำหรับหน้า fan page ของคุณ อันนี้ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการที่ Box หายไปนั้น จะมีผลทำให้แถบ side bar ต่างๆ ที่เราทำไว้บน fan page จะหายไปด้วยหรือเปล่าครับ คงต้องรอดูกันครับ</p>
<p>สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ในหน้า profile นั่นก็อาจจะหมายความว่า คุณจะไม่สามารถเอาพวก Application ต่างๆ มาไว้ในแถบด้านซ้ายของหน้า profile คุณด้วยเช่นกัน&#8230;​แต่อันนี้ก็ไม่กล้าคอนเฟิร์มนะครับ ว่าทาง facebook เค้าจะใจร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ คงต้องรอดูอีกเช่นกัน</p>
<p><strong>2. แถบ Custom ต่างๆ จะแคบลงเหลือ 520 pixels </strong>(จากเดิมคือ 750 pixels) เดี๋ยวนี้ fan page เกือบทุกที่ มักจะสร้างแท็บพิเศษโดยใช้ Application ที่ชื่อว่า Static FBML กัน โดยส่วนใหญ่ก็มักจะใช้พื้นที่กันคุ้มค่าเต็มหน้ากว้างที่ให้มา แต่ข่าวร้ายก็คือว่า คุณกำลังจะโดนเบียดเบียนพื้นที่ส่วนนี้ไป ให้เหลือเพียง 520 pixels เท่านั้น สำหรับแท็บที่เป็นข้อความ text คงไม่มีปัญหานัก อย่างมากก็อาจจะต้องแค่จัดย่อหน้าใหม่เล็กน้อย แต่ถ้า page ไหน ที่ใส่รูปเยอะๆ หรือออกแบบไว้หรูหรามากๆ คุณคงแทบจะต้องกลับมานั่งออกแบบกันใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว</p>
<p><img class="aligncenter" title="custom tab resized" src="http://www.facebookgoo.com/upload/customtabresize-20100811-113518.jpg" alt="" width="565" height="478" /></p>
<p>ทั้งหมดนี้ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2010 นี้นะครับ โดยระหว่างนี้ ผู้เค้าใช้งานคนอื่นๆ ยังสามารถดู page ของคุณได้ตามปกติดั้งเดิมที่เป็นมา แต่ถ้าคุณคือ admin ก็จะได้สิทธิ์ในการดู layout ใหม่ เพื่อทำการปรับปรุงให้เหมาะสมกับขนาดใหม่ครับ</p>
<p>ว่าแล้วใครที่เป็นเจ้าของ page ก็รีบทำการบ้าน ปรับปรุงหน้า FBML ของคุณซะเลยดีกว่า</p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=1007&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/08/11/facebook-remove-box-tab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะทำยังไงกับ facebook ของคนใกล้ตัวเมื่อเขาจากไป?</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/07/15/what-happens-online-when-we-die-facebook/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=what-happens-online-when-we-die-facebook</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/07/15/what-happens-online-when-we-die-facebook/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 03:53:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Death]]></category>
		<category><![CDATA[Profile]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=966</guid>
		<description><![CDATA[เคยสงสัยกันมั้ยว่าสมมติถ้าวันนึงเราจากไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับ facebook ของเรา? ผมมีเพื่อนบางคนที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นปี แต่ account facebook ก็ยังคงเปิดอยู่แต่เข้าไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เนื่องจากว่าไม่มีคนอื่นรู้ password

ถ้ามองดูในแง่ดีก็คือหน้า profile ของเค้ากลายเป็นที่ๆ ให้เพื่อนๆ ญาติพี่น้องเข้าไปรำลึกถึงกันได้ แต่อีกแง่หนึ่งก็ปรากฎว่าหน้า profile ของเพื่อนผมคนนี้กลับเต็มไปด้วยเกมส์และสารพัด tag ที่คนโน้นคนนี้ส่งมามากมาย ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งพูดตามตรงว่ามันก็ดูไม่ค่อยจะสวยงามเท่าไหร่นัก

แล้วเราจะสามารถ ทำอะไรได้บ้างนอกจากการปล่อย profile ให้ทิ้งร้างไว้เฉยๆ?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องที่พูดวันนี้อาจจะออกแนวเศร้าเล็กน้อยนะครับ แต่ก็นับว่าเป็นความรู้รอบตัว และเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของชีวิต เคยสงสัยกันมั้ยว่าสมมติถ้าวันนึงเราจากไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับ facebook ของเรา? ผมมีเพื่อนบางคนที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นปี แต่ account facebook ก็ยังคงเปิดอยู่แต่เข้าไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เนื่องจากว่าไม่มีคนอื่นรู้ password</p>
<p>ถ้ามองดูในแง่ดีก็คือหน้า profile ของเค้ากลายเป็นที่ๆ ให้เพื่อนๆ ญาติพี่น้องเข้าไปรำลึกถึงกันได้ แต่อีกแง่หนึ่งก็ปรากฎว่าหน้า profile ของเพื่อนผมคนนี้กลับเต็มไปด้วยเกมส์และสารพัด tag ที่คนโน้นคนนี้ส่งมามากมาย ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งพูดตามตรงว่ามันก็ดูไม่ค่อยจะสวยงามเท่าไหร่นัก</p>
<p>แล้วเราจะสามารถทำอะไรได้บ้างนอกจากการปล่อย profile ให้ทิ้งร้างไว้เฉยๆ?</p>
<p>คุณอาจจะไม่รู้มาก่อนก็ได้ว่า facebook นั้นมีหน้าแบบฟอร์มสำหรับแจ้งตายด้วย! facebook ไม่ได้ละเลยเรื่องนี้เลยครับ คุณสามารถ<strong><a href="http://www.facebook.com/help/contact.php?show_form=deceased" target="_blank">กรอกแบบฟอร์มที่นี่</a></strong>เพื่อแจ้งให้ทาง facebook รับทราบถึงการเสียชีวิตของคนใกล้ตัวของคุณได้ โดยนอกจากข้อมูลทั่วๆ ไปเกี่ยวกับผู้ตายแล้ว สิ่งสำคัญที่คุณจะต้องกรอกลงไปในแบบฟอร์มก็คือ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.facebook.com/help/contact.php?show_form=deceased"><img class="aligncenter" title="คลิกที่รูปเพื่อไปยังหน้าแบบฟอร์มแจ้งเสียชีวิต" src="http://cache.gawkerassets.com/assets/images/4/2010/03/facebookdead.jpg" alt="" width="516" height="276" /></a></p>
<p><strong>- ความสัมพันธ์ของคุณกับผู้เสียชีวิต :</strong> คุณต้องระบุว่ามีส่วนสัมพันธ์อย่างไรกับผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิท หรือญาติห่างๆ หรือเพื่อน</p>
<p><strong>- ความต้องการของคุณ (Requested Action) : </strong>มีให้เลือก 2 แบบคือ</p>
<p><strong>1. Memorialize Profile</strong> หมายถึงการตั้งโปรไฟล์ของผู้เสียชีวิตให้อยู่ใน&#8221;โหมดไว้อาลัย&#8221; ซึ่งตามคำอธิบายของ facebook ก็คือ</p>
<blockquote><p>&#8220;When a user passes away, we memorialize their account to protect their  privacy. Memorializing an account removes certain sensitive information  (e.g., status updates and contact information) and sets privacy so that  only confirmed friends can see the profile or locate it in search. The  Wall remains so that friends and family can leave posts in remembrance.  Memorializing an account also prevents all login access to it.&#8221;</p>
<p>แปลว่า &#8220;เมื่อผู้ใช้งานเสียชีวิต เราจะทำการไว้อาลัยให้กับบัญชีของบุคคลนั้นเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว การไว้อาลัยให้กับผู้ใช้งานนั้นคือการลบเอาข้อมูลบางอย่างที่ไม่เหมาะสมออกไป (เช่นอัพเดทหรือเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ) และตั้งค่าให้เพื่อนที่แอ็ดไว้แล้วเท่านั้นสามารถเข้ามาดูได้ ส่วนหน้ากระดานสำหรับโพสท์ข้อความนั้นยังคงอยู่เพื่อให้เพื่อนๆ หรือคนในครอบครัวมาทิ้งข้อความระลึกถึงกันได้ต่อไป ขณะเดียวกันการ login เข้าใช้งานของ account นี้จะถูกยกเลิกทุกวิธี&#8221;</p></blockquote>
<p><strong>2. Remove Profile : </strong>ก็คือการลบโปรไฟล์ออกไปนั่นเอง</p>
<p>สิ่งสำคัญต่อมาที่คุณต้องระบุก็คือ หลักฐานการเสียชีวิต (Proof of death) นั่นเองครับ เพื่อไม่ให้มีการแกล้งกันได้ คุณจะต้องใส่หลักฐานการตายเช่น ลิงค์ที่พูดถึงการตายหรืองานศพ ภาพถ่ายพิธีศพ หรือมรณบัตร ทั้งนี้ผมไม่แน่ใจนะครับว่าทาง facebook จะมีเจ้าหน้าที่คนไทยที่สามารถจะมาพิสูจน์หลักฐานภาษาไทยได้หรือเปล่า</p>
<p><strong>หรือจริงๆ มีอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่านั้น ก็คือให้คุณระบุชื่อ login และ password ต่างๆ ของอีเมล์และเว็บที่คุณเข้าใช้งานบ่อยๆ ไว้ในกระดาษหรือไฟล์ที่ไหนซักแห่งแล้วระบุในพินัยกรรมของคุณเอาไว้ว่าจะให้ทำยังไงกับข้อมูลเหล่านี้ ฟังดูเหมือนจะพูดเล่น แต่นี่คือความจำเป็นในยุค social media แล้วครับ อย่าทำเป็นเล่นไป!</strong></p>
<p>สุดท้ายนี้ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านจงห่างไกลไม่ต้องมีโอกาสได้ใช้หน้าแบบฟอร์มที่พูดถึงในวันนี้กันบ่อยๆ และที่สำคัญอย่าเอาแบบฟอร์มนี้ไปแกล้งคนอื่นเชียวนะครับ&#8230;</p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=966&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/07/15/what-happens-online-when-we-die-facebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
