มี.ค. 12
2008

เตือนภัยผู้เล่น’เฟซบุค’ระวังโจรนำประวัติไปแอบอ้าง

Posted by Webmaster in News

Webmaster

มีคำเตือนถึงผู้ใช้เว็บไซต์สังคมออนไลน์ ‘เฟซบุค' ว่า พวกเขากำลังทำให้ตัวเองเสี่ยงที่จะถูกนำชื่อไปแอบอ้างฉ้อโกง แม้จะโพสต์ข้อมูลส่วนตัวไว้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

ข้อมูลจากรายการโทรทัศน์ ‘วอตช์ด็อก' ซึ่งเป็นรายการเพื่อสิทธิผู้บริโภคของช่องบีบีซีระบุว่า มิจฉาชีพสามารถเปิดบัญชีธนาคาร และทำบัตรเครดิตได้ เพียงแค่มีข้อมูลซึ่งปรากฏอยู่บนเว็บเพจของสมาชิกเฟซบุค

รายการดังกล่าวทำการสมัครสมาชิกเฟซบุคโดยใช้ชื่อว่า "แอมบา เฟรนด์" และโพสต์รูปการ์ตูนซึ่งเป็นผู้หญิงในช่วงวัย 20 ปี ไว้บนหน้าประวัติของเฟซบุค และสุ่มติดต่อคนไป 100 คน เพื่อเชิญให้คนเหล่านั้นมาเป็นเพื่อนกับเธอ

ในจำนวนนั้น มี 35 คนที่ตอบกลับมา แม้จะไม่รู้เลยว่า "แอมบา เฟรนด์" เป็นใคร เมื่อตอบรับว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว จึงทำให้ทีมงานของวอตช์ด็อก ได้ทราบข้อมูลส่วนตัวของคนเหล่านั้น

หนึ่งในผู้ที่ตอบรับเป็นเพื่อนกับตัวละครที่ทางรายการสมมติขึ้นก็คือ สกอตต์ โกลด์ อายุ 23 ปี ซึ่งข้อมูลส่วนตัวของเขาที่อยู่บนเว็บเฟซบุคมีทั้งวันเกิดและบ้านเกิดเมืองนอน โดยทีมงานนำข้อมูลเหล่านั้นไปหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ที่เปิดให้เข้าชมได้ทั่วไป

เมื่อทีมงานมีข้อมูลเหล่านั้น พวกเขาก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์โดยใช้ชื่อของโกลด์ และสามารถยื่นเรื่องสมัครบัตรเครดิตได้สำเร็จ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2550









มี.ค. 12
2008

การเซ็ทค่า Privacy ในเฟซบุ๊ค เรื่องสำคัญที่ถูกมองข้าม – ตอนที่ 1

Posted by Webmaster in TipsTechniqueHow to

Webmaster

มีฟีเจอร์อย่างหนึ่งในเฟซบุ๊คที่ดีและสำคัญมากๆ แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญนั่นก็คือส่วนของ Privacy หรือการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวนั่นเองครับ วันนี้ก็เลยอยากจะถือโอกาสเอาเรื่องนี้มาพูดซักหน่อย อย่างน้อยเผื่อจะได้กระตุ้นให้เพื่อนๆ กลับมาให้ความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้น

ถ้าเทียบหน้าโปรไฟล์ในเฟซบุ๊คเป็นบ้านของเรา การตั้งค่า Privacy ก็คือการที่เรากำหนดสิทธิ์อนุญาติว่าใครบ้าง ที่จะมีสิทธิ์ทำอะไรในส่วนไหนของบ้านเราครับ คงไม่มีใครที่อยากจะให้คนแปลกหน้าอยู่ๆ ก็เดินเข้ามาเปิดตู้เย็นกินขนมของโปรดที่เราแอบซ่อนไว้ หรือว่ามาหยิบเสื้อผ้าในห้องนอนของเราเอาไปใส่ โดยที่เราไม่ได้อนุญาต

ในหน้าโปรไฟล์ของเราก็เช่นกัน เฟซบุ๊คมีช่องให้เราได้ระบุข้อมูลที่หลากหลายตั้งแต่เรื่องทั่วๆ ไปเช่น ชื่อสกุล, ความชอบส่วนตัว จนถึงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลเช่น เบอร์โทรศัพท์, บ้านเลขที่, อีเมล์ หรือแม้กระทั่งรูปส่วนตัว ที่เราต้องการโพสให้เพื่อนสนิทดูเท่านั้น

โดยทั่วไปค่าความเป็นส่วนตัวเริ่มต้นที่เฟซบุ๊คได้ตั้งให้กับผู้ใช้งานไว้นั้น ถือว่าค่อนข้างจะเปิดเผยมาก คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ แต่ว่ามันอนุญาติให้ คนทุกคนใน network ของคุณไม่ว่าคุณจะรู้จักหรือไม่รู้จัก สามารถเห็นสิ่งรายละเอียดส่วนตัวของคุณ, สิ่งที่โพสท์อยู่บน wall, รายชื่อเพื่อนของคุณ, สถานะการออนไลน์, รูปและวีดีโอที่คุณถูก tag มาจากคนอื่น และยังอนุญาตให้ทุกๆ คนที่คุณแอ็ดไว้เป็นเพื่อนแล้วสามารถเห็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่นเบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่ อีเมล์ ในกรณีที่คุณใส่เอาไว้ ซึ่งในโลกแป่งความเป็นจริงแล้วสำหรับคนที่ใช้งานปกติ และมีเพื่อนที่อยู่ในลิสท์ของเราเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่ใช่พวกชอบแอ็ดไปมั่วก็คงจะไม่เสี่ยงภัยเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่ระวัง ใครขอแอ็ดมาก็ให้หมด หวังแต่จะมีเพื่อนเยอะๆ เหมือนกับแฟชั่นใน hi5 สมัยนี้ ที่ชอบเอาจำนวนเพื่อนมาแข่งกัน แต่ไม่ได้ตั้งค่าไว้ให้ดี ก็นับว่าเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลมากขอรับ

[...]


มี.ค. 08
2008

“Facebook” ก้าวอีกขั้นของชุมชนออนไลน์

Posted by Webmaster in NewsMark Zuckerberg

Webmaster

"เฟซบุ๊ก" (Facebook) เปิดตัวในปี พ.ศ.2547 โดย "มาร์ก ซักเกอร์ เบิร์ก" ซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาหนุ่มน้อยวัยแค่ 20 ปี จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง "ฮาร์วาร์ด" เขาร่วมมือกับเพื่อนอีก 2 คน คิดค้นสร้าง เครือข่ายภายในรั้วมหาวิทยาลัยโดยให้นักศึกษาที่สนใจสามารถเข้ามาอัพเดตและแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวและรูปภาพได้ จนได้รับความนิยมมากขึ้น จากภายในมหาวิทยาลัยกระจายสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ และขยายกลุ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีผู้สนใจจากทั่วโลกเข้าลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 24 ล้านคน เฉลี่ยมีผู้ลงทะเบียนใหม่กว่า 100,000 รายต่อวัน

facebook

ลักษณะการทำงานของเฟซบุ๊กคือ มีลิงก์จากเพื่อนส่งเข้ามาหาและถ้าตอบตกลง sign up เข้าไปก็จะเข้าไปอยู่ในเครือข่ายของเฟซบุ๊กทันที ขณะเดียวกันก็สามารถส่งลิงก์เชื้อเชิญเพื่อนคนอื่นให้เข้ากลุ่มเป็นลูกโซ่ต่อไปได้ โดยในเฟซบุ๊กจะมีการแบ่งปันข้อมูลประสบการณ์ของแต่ละคน อัพเดตรูปภาพที่ได้ไปเที่ยวกันมา พูดคุย ติดต่อ เมาท์ หรือแม้แต่เข้าไปยุ่งเรื่องคนอื่นก็ได้ บางคนอาจคิดว่า "เฟซบุ๊ก" เหมือนกับ "มายสเปซ" (My space) เว็บไซต์เครือข่ายออนไลน์ที่ฮอตอยู่ในขณะนี้ แต่ "เฟซบุ๊ก" มีมากกว่านั้น ความโดดเด่นของเฟซบุ๊ก คือผู้ใช้งานต้องใช้ชื่อจริงและอีเมล์เดียวกันในการลงทะเบียน และมีความต้องการที่จะรู้จักคนอื่นที่มีตัวตนจริงๆ บนโลกใบนี้ นักวิจัยจากสถาบันแห่งหนึ่งจากอังกฤษกล่าวว่า เฟซบุ๊กยอดเยี่ยมกว่ามายสเปซ เพราะเหมาะสำหรับ "เด็กดี" ขณะที่มายสเปซเหมาะสำหรับ ขาร็อก ฮิปฮอป ศิลปิน หรือคนทำงาน และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น "ซักเกอร์เบิร์ก" อธิบายเพิ่มเติมว่า ตัวเขาเองคล้ายกับผู้สร้างแผนที่ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ไว้ด้วยกันเป็นพื้นแผนที่แห่งใหม่ จากนั้นคนอื่นที่เข้ามาในแผนที่แห่งนี้ก็จะสามารถพบปะ พูดคุย หรือสร้างเส้นทางการค้าแห่งใหม่ได้ กล่าวคือ เฟซบุ๊กเป็นแผนที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่เป็นจริงและมีตัวตนจริง ขณะที่เครือข่ายทางสังคมบนเว็บไซต์อื่นๆ อาจเป็นเพียงเครื่องมือช่วยให้คนได้เจอผู้เล่นหน้าใหม่ๆ บนโลกออนไลน์เท่านั้น

[...]


มี.ค. 07
2008

สมาชิกรุ่นใหญ่หน้าใหม่ในเฟซบุ๊ค

Posted by Webmaster in PeopleNews

Webmaster

เขียนโดย โรเบิร์ต ดี ฮอฟ,บิสสิเนสวีค นิวยอร์ก

เมื่อรุ่นเดอะค้นพบวิธีใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมเป็นเครื่องมือธุรกิจ

บางทีช่วงหลังมานี้ในอินบ็อกซ์ของคุณอาจมีอีเมลเชิญให้ไปเป็น "เพื่อน" ของใครสักคนในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมเฟซบุ๊ค แล้วคุณก็ได้แต่สงสัยว่า ทำไมคุณจะต้องอยากร่วมเครือข่ายกับพวกนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ชอบปาร์ตี้พวกนี้ด้วย นั่นเป็นสิ่งที่บิล สวอร์ทซ ผู้บริหารด้านการสรรหาพนักงานในเมืองฟีนิกซ์เคยคิดเช่นกัน แต่ความคิดนั้นเปลี่ยนไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเขาได้ดำดิ่งลงไปในเว็บไซต์เฟซบุ๊ค หลังจากได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้ และเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองชอบเว็บนี้ โดยเฉพาะส่วนข้อมูลอัพเดทของเพื่อนที่อยู่ในรายชื่อของเขาโพสต์ไว้เป็นประจำ เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน แม้จะเป็นเรื่องธรรมดามากอย่างสถานที่ที่ไปเที่ยวมาหรืออาหารที่กินเป็นมื้อเที่ยง แต่สำหรับสวอร์ทซแล้วข้อมูลเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงเบื้องลึกของลักษณะนิสัยของผู้คน ที่วันหนึ่งอาจกลายมาเป็นลูกค้าและเป็นประโยชน์ด้านการหาผู้เชี่ยวชาญมาดำรงตำแหน่งหนึ่งๆ ด้วย "ธุรกิจของผมคือการจับคู่ลักษณะนิสัยของคน" เขากล่าว "เว็บนี้จึงช่วยผมได้มากจริงๆ ในการหาคนที่ใช่"

ปัจจุบันมีผู้ใช้หน้าใหม่ๆ ในเฟซบุ๊คเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ความจริงแล้วผู้ใช้หน้าใหม่เหล่านั้นเป็นคนรุ่นคุณลุงรุ่นป้ากันทั้งนั้น จากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด คอมสกอร์ มีเดีย เม็ททริกซ์ จำนวนผู้เข้าชมเฟซบุ๊คที่อายุ 35 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัวในเดือนมิถุนายนปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาไปอยู่ที่ 11.5 ล้านคน (ผู้เข้าชมในที่นี้คือใครก็ตามที่เข้าไปในเว็บไซต์เฟซบุ๊คดอทคอม แต่หากต้องการมีหน้าเว็บหรือสร้างเครือข่ายกับเพื่อนก็จะต้องลงทะเบียนกับทางเว็บไซต์) ผู้ใช้หน้าใหม่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำธุรกิจอะไรอย่างจริงจังผ่านเว็บไซต์นี้ เพราะมักทำกับเว็บไซต์ที่เน้นการทำงานมากกว่าอย่างลิงด์อินหรือผ่านอีเมลเพื่อรักษาที่อยู่ที่เป็นทางการไว้ แต่กลุ่มผู้ใช้วัยดึกเหล่านี้ก็สนใจความสามารถในการสื่อสารของเว็บไซต์นี้มากพอที่จะทำให้ 41% ของผู้เข้าชมมาจากกลุ่มนี้ และนั่นจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้บริษัทเอกชนอย่างเฟซบุ๊ค ซึ่งทางเฟซบุ๊คเองเชื่อว่าการประเมินมูลค่าของบริษัทเป็นพันๆ ล้านเหรียญนั้นขึ้นอยู่กับความน่าสนใจที่จะดึงดูดผู้ลงโฆษณาที่ต้องการฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในอินเทอร์เน็ตได

[...]


มี.ค. 07
2008

เรื่องราวของ facebook

Posted by Webmaster in StoryMark Zuckerberg

Webmaster

ไหนๆ ก็จะมาใช้งาน facebook กันแล้ว ก็น่าจะรู้เรื่องราวความเป็นมาของ facebook กันซะนิดนึงนะครับ จริงๆ มีรายละเอียดเยอะมาก แต่ไม่อยากจะให้ยาวเกินไปเพราะกลัวว่าท่านๆ ทั้งหลายจะหลับกันเสียก่อน ผมจึงขอคัดมาเฉพาะบางส่วน โดยอ้างอิงจาก Wikipedia เป็นหลักนะครับ...

facebook เป็นเว็บไซท์ประเภท social network (เครือข่ายเพื่อนฝูง) ที่ใหญ่เป็นอันดับสอง โดยมีสมาชิกปัจจุบันมากถึง 64 ล้านคน (บางข้อมูลบอกว่ามีถึง 97 ล้านคน) และนับได้ว่าเป็นเครือข่ายที่เป็นที่รู้จักและเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดเว็บไซท์หนึ่งในโลกอินเตอร์เน็ต

facebookfacebook เริ่มต้นขึ้นในปี 2004 โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ชื่อว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก โดยตอนแรกตั้งใจทำไว้เป็นบริการสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของเขาเอง โดยคำว่า facebook นี้ก็มีที่มาจากหนังสือแนะนำตัวบุคลากร หรือหนังสือรุ่นที่ตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยมักจะแจกให้กับนักศึกษาใหม่, พนักงาน และครูอาจารย์เพื่อจะได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน ต่อมาปรากฎว่าได้รับความนิยมอย่างมาก และได้แพร่หลายออกไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ รวมถึงโรงเรียนมัธยม และคนหลากหลายกลุ่มทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

เว็บนี้ก็จะทำหน้าที่เหมือนกับเว็บ social network ทั่วๆ ไปที่อนุญาตให้สมาชิกสามารถสร้างหน้า profile ของตัวเองและลิงค์เชื่อมโยงไปกับเพื่อนๆ คนอื่นที่ตนเองรู้จัก แต่จุดแตกต่างที่ชัดเจนจากคู่แข่งอื่นๆ อย่าง MySpace หรือ hi5 ก็คือเรื่องของรูปลักษณ์หน้าตาของ facebook ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และไม่สามารถต่อเติมเสริมแต่งได้อย่างอิสระเท่ากับคู่แข่งรายอื่นๆ ซึ่งสำหรับบางคนตรงจุดนี้อาจจะเป็นข้อด้อย แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นจุดแข็ง ที่ทำให้หน้าทุกหน้าของ facebook นั้นดูสบายตาและสามารถอ่านได้ง่าย รวมถึงปิดกั้นไวรัสต่างๆ ที่มักจะแทรกซึมระบาดไปทั่วดังที่เกิดขึ้นเป็นประจำในเว็บ social network อื่นๆ

[...]



สงวนลิขสิทธิ์ ©2008 Imagineer Media; | facebookgoo.com