|
มี.ค. 30
2008
|
|
ขอขอบคุณ คุณ iTeau ที่อนุญาตให้นำบทความมาลงครับ สามารถเข้าไปดูต้นฉบับได้ที่
http://iteau.wordpress.com/2007/07/04/facebookandtheworldofsocialnetwork/
=================
แน่นอนว่า คำตอบ คือ ไม่ใช่ แต่ความที่ Facebook เปิด API ให้นักพัฒนา application ต่าง ๆ เข้ามาใช้บน platform ของ Facebook ได้อย่างไร้ขีดจำกัด อย่างล่าสุดที่ทำให้ผมตกใจไม่น้อย ก็คือ Catbook ซึ่งมันก็คือ การสร้าง profile ของแมวที่เราเลี้ยง แล้วก็มาสร้างชุมชนคนเลี้ยงแมวนั่นเอง ตอนนี้สมาชิกปาเข้าไปสี่หมื่นกว่าแล้ว ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นแนวคิดการให้บริการแบบ Catster หรือ Dogster หรือ Social Network ของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่อื่น ๆ อีกมากมาย (หรือในระดับที่ผมเข้าใจว่าเป็น Social Network ในขั้นทุติยภูมิ ยกตัวอย่างเช่น แทนที่ จะเป็นฉันเป็นเพื่อนกับเธอ ก็เป็นแมว "ของฉัน" เป็นเพื่อนกับแมว "ของเธอ" เป็นต้น) ทั้งที่บริการแบบนี้ก็มีอยู่แล้วอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด
แต่ข้อได้เปรียบของ Facebook คือ การจัดเก็บและนำเสนอข้อมูลพื้นฐานที่เรียบง่าย นั่นเอง ทำให้คนไม่ต้องเสียเวลาไปสร้างข้อมูลพื้นฐานใหม่อีก ก็เพิ่มเติมในสิ่งที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้ว (คิดง่าย ๆ เปรียบเทียบระหว่าง centralization vs. decentralization) นั่นหมายความว่า ตลาดของ Facebook จะเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดยุด social network เพราะฉะนั้น คนที่คิด application แบบใหม่ขึ้นมา ก็ต้องดูว่าตลาดของ Facebook มันใหญ่มาก หากต้องการสร้างฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องหันมาใช้ Facebook แทนที่จะต้องไปเริ่มตั้งแต่ต้น ในขณะเดียวกัน เท่าที่เราเห็น application ส่วนใหญ่ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยฝีมือนักศึกษา หาใช่จากตัวบริษัทเองไม่ นั่นก็แสดงให้เห็นพลังที่เราไม่อาจมองข้ามได้ และแน่นอน การพัฒนา application บน Facebook สร้าง visibility ให้ตัวเองได้ดีกว่า การออกไปลงทุนพัฒนาเองข้างนอก



