วันนี้เรามาดูกันต่อเรื่องการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในเฟซบุ๊คนะครับ หลังจากที่คุณคลิกเข้ามาที่ Privacy แล้ว จะมีหมวดหมู่หลักอยู่ 4 หมวดด้วยกันที่คุณสามารถเซ็ทค่าต่างๆ ได้ เรามาดูหมวดแรกกันเลยดีกว่า

Profile – อย่างทีได้่บอกไว้คร่าวๆ ว่าตรงนี้จะเป็นส่วนที่กำหนดว่าคนอื่นๆ จะสามารถเห็นอะไรได้บ้างในโปรไฟล์ของเรา ในส่วนของ Profile ตรงนี้จะมี 2 แท็บนะครับ แท็บแรกคือ Basic และอีกอันคือ Contact Information ผมคงจะไม่มานั่งแปลนะครับว่าแต่ละข้อย่อยคืออะไรบ้าง เพราะคิดว่าถ้าเราเล่นเฟซบุ๊คมาระยะนึงแล้ว เราเห็นปุ๊บก็จะรู้ดีว่าอะไรคืออะไรเอาเป็นว่าแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดที่ เซ็ทได้อย่างที่เห็นในรูปนี้

ค่าที่เราสามารถตั้งได้ในแต่ละข้อตรงนี้จะเหมือนกันนะครับ มีให้เลือก 4 ออฟชั่นก็คือ

  • My Networks and Friends – ถ้าเราเลือกอันนี้ ทุกคนที่อยู่ในรายชื่อเพื่อนของเราและอยู่ใน Network เดียวกับเรา (พูดง่ายๆ ถ้าคุณเลือก Network เป็น Thailand ทุกคนที่อยู่ใน Thailand จะสามารถมองเห็นรายละเอียดส่วนนี้ของคุณได้ ถึงแม้เค้ายังไม่ได้แอ็ดคุณเป็นเพื่อน)
  • Friends of Friends – แปลตรงตัว ก็คือ เฉพาะเพื่อนของเรา และเพื่อนของเพื่อนนั่นแหละครับ อาจจะไม่ได้รู้จักเราโดยตรง แต่ก็เข้ามาดูได้ ถ้าเพียงแต่เค้าเป็นเพื่อนเพื่อนของเรา
  • All Friends – ก็คือเฉพาะเพื่อนที่เราแอ็ดไว้แล้วเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อนหมดสิทธิ์
  • Customize – ตรงนี้เราจะสามารถเลือกเป็นแบบผสมผสานได้ เช่นอนุญาติเฉพาะเพื่อนในบาง network

มาดูในหมวดต่อมาคือ Search นะครับ ตรงนี้จะกำหนดว่าใครจะสามารถหาคุณได้เจอบ้าง อ่านบทความนี้ต่อ »

Popularity: 11% [?]

มีฟีเจอร์อย่างหนึ่งในเฟซบุ๊คที่ดีและสำคัญมากๆ แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญนั่นก็คือส่วนของ Privacy หรือการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวนั่นเองครับ วันนี้ก็เลยอยากจะถือโอกาสเอาเรื่องนี้มาพูดซักหน่อย อย่างน้อยเผื่อจะได้กระตุ้นให้เพื่อนๆ กลับมาให้ความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้น

ถ้า เทียบหน้าโปรไฟล์ในเฟซบุ๊คเป็นบ้านของเรา การตั้งค่า Privacy ก็คือการที่เรากำหนดสิทธิ์อนุญาติว่าใครบ้าง ที่จะมีสิทธิ์ทำอะไรในส่วนไหนของบ้านเราครับ คงไม่มีใครที่อยากจะให้คนแปลกหน้าอยู่ๆ ก็เดินเข้ามาเปิดตู้เย็นกินขนมของโปรดที่เราแอบซ่อนไว้ หรือว่ามาหยิบเสื้อผ้าในห้องนอนของเราเอาไปใส่ โดยที่เราไม่ได้อนุญาต

ใน หน้าโปรไฟล์ของเราก็เช่นกัน เฟซบุ๊คมีช่องให้เราได้ระบุข้อมูลที่หลากหลายตั้งแต่เรื่องทั่วๆ ไปเช่น ชื่อสกุล, ความชอบส่วนตัว จนถึงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลเช่น เบอร์โทรศัพท์, บ้านเลขที่, อีเมล์ หรือแม้กระทั่งรูปส่วนตัว ที่เราต้องการโพสให้เพื่อนสนิทดูเท่านั้น

โดยทั่วไปค่าความเป็นส่วน ตัวเริ่มต้นที่เฟซบุ๊คได้ตั้งให้กับผู้ใช้งานไว้นั้น ถือว่าค่อนข้างจะเปิดเผยมาก คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ แต่ว่ามันอนุญาติให้ คนทุกคนใน network ของคุณไม่ว่าคุณจะรู้จักหรือไม่รู้จัก สามารถเห็นสิ่งรายละเอียดส่วนตัวของคุณ, สิ่งที่โพสท์อยู่บน wall, รายชื่อเพื่อนของคุณ, สถานะการออนไลน์, รูปและวีดีโอที่คุณถูก tag มาจากคนอื่น และยังอนุญาตให้ทุกๆ คนที่คุณแอ็ดไว้เป็นเพื่อนแล้วสามารถเห็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่นเบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่ อีเมล์ ในกรณีที่คุณใส่เอาไว้ ซึ่งในโลกแป่งความเป็นจริงแล้วสำหรับคนที่ใช้งานปกติ และมีเพื่อนที่อยู่ในลิสท์ของเราเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่ใช่พวกชอบแอ็ดไปมั่วก็คงจะไม่เสี่ยงภัยเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่ระวัง ใครขอแอ็ดมาก็ให้หมด หวังแต่จะมีเพื่อนเยอะๆ เหมือนกับแฟชั่นใน hi5 สมัยนี้ ที่ชอบเอาจำนวนเพื่อนมาแข่งกัน แต่ไม่ได้ตั้งค่าไว้ให้ดี ก็นับว่าเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลมากขอรับ

อ่านบทความนี้ต่อ »

Popularity: 17% [?]

มีคำเตือนถึงผู้ใช้เว็บไซต์สังคมออนไลน์ ‘เฟซบุค’ ว่า พวกเขากำลังทำให้ตัวเองเสี่ยงที่จะถูกนำชื่อไปแอบอ้างฉ้อโกง แม้จะโพสต์ข้อมูลส่วนตัวไว้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

ข้อมูลจากรายการโทรทัศน์ ‘วอตช์ด็อก’ ซึ่งเป็นรายการเพื่อสิทธิผู้บริโภคของช่องบีบีซีระบุว่า มิจฉาชีพสามารถเปิดบัญชีธนาคาร และทำบัตรเครดิตได้ เพียงแค่มีข้อมูลซึ่งปรากฏอยู่บนเว็บเพจของสมาชิกเฟซบุค

รายการดังกล่าวทำการสมัครสมาชิกเฟซบุคโดยใช้ชื่อว่า “แอมบา เฟรนด์” และโพสต์รูปการ์ตูนซึ่งเป็นผู้หญิงในช่วงวัย 20 ปี ไว้บนหน้าประวัติของเฟซบุค และสุ่มติดต่อคนไป 100 คน เพื่อเชิญให้คนเหล่านั้นมาเป็นเพื่อนกับเธอ

ในจำนวนนั้น มี 35 คนที่ตอบกลับมา แม้จะไม่รู้เลยว่า “แอมบา เฟรนด์” เป็นใคร เมื่อตอบรับว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว จึงทำให้ทีมงานของวอตช์ด็อก ได้ทราบข้อมูลส่วนตัวของคนเหล่านั้น

หนึ่งในผู้ที่ตอบรับเป็นเพื่อนกับตัวละครที่ทางรายการสมมติขึ้นก็คือ สกอตต์ โกลด์ อายุ 23 ปี ซึ่งข้อมูลส่วนตัวของเขาที่อยู่บนเว็บเฟซบุคมีทั้งวันเกิดและบ้านเกิดเมือง นอน โดยทีมงานนำข้อมูลเหล่านั้นไปหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ที่เปิดให้ เข้าชมได้ทั่วไป

เมื่อทีมงานมีข้อมูลเหล่านั้น พวกเขาก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์โดยใช้ชื่อของโกลด์ และสามารถยื่นเรื่องสมัครบัตรเครดิตได้สำเร็จ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2550

Popularity: 5% [?]

Facebookgoo on Facebook