<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Facebookgoo - ชุมชนคนไทยใช้ facebook .:: สอนวิธีเล่น วิธีใช้ แต่ง facebook ::. &#187; Social Network</title>
	<atom:link href="http://www.facebookgoo.com/tag/social-network/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.facebookgoo.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 07:04:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เล่น facebook ยังไงให้แย่!</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2010/05/13/how-to-suck-at-facebook/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=how-to-suck-at-facebook</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2010/05/13/how-to-suck-at-facebook/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 13:42:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[Funny]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>
		<category><![CDATA[Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=743</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีเพื่อนส่งลิงค์ของเว็บฝรั่งแห่งหนึ่งคือ theoatmeal.com เป็นเว็บที่เขียนบทความการ์ตูนล้อเลียนเหน็บแนมสิ่งใกล้ตัวได้อย่างฮามาก ซึ่งในนั้นก็มีหัวข้อนึงชื่อว่า "How to Suck at facebook" ซึ่งเนื้อหาข้างในก็เหน็บแนมได้เฮฮาตามสไตล์ของเค้าไป แต่ก็เป็นกระจกทำให้เรากลับมามองดูตัวเองได้ดีเหมือนกัน ว่าเรามีนิสัยการเล่น facebook เป็นยังไง แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างที่เค้าว่ามันไม่ดีมันจะไม่ดีทั้งหมดนะครับ บางอันผมว่าก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และกาละเทศะด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอนเปิดเว็บนี้ใหม่ๆ เคยเขียนบทความนึงไปชื่อว่า <a href="http://www.facebookgoo.com/2008/06/11/play-facebook-pro/"><strong>&#8220;เล่น facebook ยังไงให้โปร&#8221;</strong></a><strong> </strong>พูดถึงนิสัยดีๆ ที่ควรจะมีในการเล่น facebook</p>
<p>วันนี้มีเพื่อนส่งลิงค์ของเว็บฝรั่งแห่งหนึ่งคือ<a href="http://theoatmeal.com"> theoatmeal.com </a>เป็นเว็บที่เขียนบทความการ์ตูนล้อเลียนเหน็บแนมสิ่งใกล้ตัวได้อย่างฮามาก ซึ่งในนั้นก็มีหัวข้อนึงชื่อว่า <a href="http://theoatmeal.com/comics/facebook_suck"><strong>&#8220;How to Suck at facebook&#8221; </strong></a> ซึ่งเนื้อหาข้างในก็เหน็บแนมได้เฮฮาตามสไตล์ของเค้าไป แต่ก็เป็นกระจกทำให้เรากลับมามองดูตัวเองได้ดีเหมือนกัน ว่าเรามีนิสัยการเล่น facebook เป็นยังไง แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างที่เค้าว่ามันไม่ดีมันจะไม่ดีทั้งหมดนะครับ บางอันผมว่าก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และกาละเทศะด้วย</p>
<p>ด้วยความที่ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ ก็กลัวว่าท่านผู้ติดตามบล็อกนี้จะพลาดความบันเทิงไป ก็เลยขออนุญาตเอามาลงใหม่ที่นี่ พร้อมกับคำอธิิบายเพิ่มเติมสไตล์ facebookgoo ละกันครับ คงไม่แปลตรงตัวถ้าไม่จำเป็น ในที่นี้ผมขอให้ชื่อหัวข้อว่า<strong><span style="color: #ff0000;"> &#8220;เล่น facebook ยังไงให้แย่!&#8221;</span> </strong>ละกัน ถือว่าเป็นภาคต่อของบทความที่แล้วของผม</p>
<p><img class="alignnone" title="facebook suck" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/header.png" alt="" width="550" /></p>
<p><img class="alignnone" title="the game" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/gamer.png" alt="" width="550" /></p>
<p><strong>นักเกมส์ -</strong> วันๆ ไม่เห็นอะไรจากเค้านอกจากอินไวท์กับอัพเดทเรื่องเกมส์ จุดประสงค์ของเค้าสำหรับการเข้า facebook คือการปลูกผัก เก็บผัก เป็นงานหลัก เรื่องอื่นๆ เป็นงานรอง</p>
<p><img class="alignnone" title="the event coordinator" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/event.png" alt="" width="550" /></p>
<p><strong>นักจัดกิจกรรม </strong>- ชวนทุกคนมาร่วมทุกงาน ขอให้ได้จัด ขอให้ได้ชวนเหอะ ปาร์ตี้ นิทรรศการ อ่านหนังสือสอบ วันเกิด งานเกษียณ ขึ้นบ้านใหม่ ได้งานใหม่ ตกงาน แฟนทิ้ง วันเกิดแมว อะไรก็ได้ ช่วยมาให้กำลังใจชั้นหน่อย</p>
<p><img class="alignnone" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/marketer.png" alt="" width="550" /></p>
<p><strong>นักการตลาด -</strong> มีความสุขกับการสร้าง page แล้วชวนคนอื่นมาเป็น fan (เดี๋ยวนี้คือให้คนอื่นมา like) ถ้าไม่สร้างเองก็คอยไป like page ของชาวบ้าน เท่านั้นยังไม่พอ คอยไปชวนเพื่อนมาอีก ชวนดะ ตัวเองชอบ page ไหน ต้องชวนเพื่อนเข้าด้วย กลัวว่าจะเหงา</p>
<p><img class="alignnone" title="photo-tagger" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/tagger.png" alt="" width="550" /></p>
<p><strong>จอมแท็กรูป -</strong> ขอให้ได้แท็กเหอะ อะไรก็ได้ ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ มิกกี้เม้าส์ เค้าไม่สนและเค้าไม่แคร์ว่าจะเป็นรูปของใคร อิริยาบถไหน เจ้าของเค้าจะชอบมั้ย ไม่สนด้วยว่าเวลาแท็กอะไรไปเนี่ย มันจะไปปรากฎที่หน้า profile ของเค้านะ แล้วคนอื่นๆ เนี่ยก็จะเห็นกันหมด (ขอเพิ่มเติมนิด เรื่องแท็กเนี่ย บ้านเราชอบแท็กกันมั่วซั่วมาก ทั้งโน้ต ทั้งรูป ทั้งวีดีโอ อย่าเข้าใจว่าการแท็กนั้นคือการชวนคนเข้ามาดูโพสท์ของเรานะครับ ถ้าตั้งใจจะแชร์จริงๆ มีปุ่ม share ให้กดครับ เก็บปุ่มแท็กเอาไว้สำหรับอันที่มันควรจะแท็กจริงๆ ดีกว่า)</p>
<p><img class="alignnone" title="rash" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/rash.png" alt="" width="550" /></p>
<p>อันนี้ขอแปลให้เข้าใจง่ายๆ แบบไทยๆ ว่าเล่น facebook แบบ <strong>&#8220;เห็บ&#8221; </strong>ละกัน ประมาณว่าฉันแอบปลื้มใครอยู่ ถ้าเค้าโพสท์อะไรมาฉันจะเม้นท์ทุกอย่าง ฉันจะ like ทุกอย่าง ระวังเจ้าของโพสท์เค้าจะรำคาญเอานะครับ ด้วยความปรารถนาดี</p>
<p><img class="alignnone" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/quiz.png" alt="" width="550" /></p>
<p>อันนี้มียุคนึงที่บ้านเราเฟื่องฟูมาก แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นมาหน่อย ใช่แล้วครับท่าน <strong>&#8220;นักทำควิซ&#8221; </strong>นั่นเอง he หรือ she คนนี้จะเป็นคนที่รักการเรียนมาก ทุกวันจะต้องหาข้อสอบทำเพื่อพัฒนาตัวเอง ค้นคว้าความรู้ใหม่ๆ ไม่ว่าจะมีสาระหรือไม่ ถ้าควิซไหนเพื่อนฉันทำ ฉันต้องทำตาม เดี๋ยวจะไม่มีเรื่องไปเม้าท์ &#8230;​เอ่อ..​เพลาๆ หน่อยก็ดีนะครับท่าน</p>
<p><img class="alignnone" title="passive aggressor" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/aggressor.png" alt="" width="550" /></p>
<p>พวก<strong>&#8220;เก็บกด&#8221;</strong>..พูดยังไงดีล่ะ นักเล่น facebook ประเภทนี้จะมีเรื่องอึดอัดคับข้องใจ แต่ไม่รู้จะไปคุยกับใครที่ไหน ไม่พอใจใครมาแต่ก็ไม่กล้าปะทะซึ่งๆ หน้า เลยมาขออนุญาตพื้นที่ใน facebook ประกาศศักดาว่าฉันไม่ยอมนะเฟ้ย! คนประเภทนี้จะมาอัพเดทสถานะลอยๆ แบบไม่ระบุชื่อผู้รับ แต่แอบหวังว่าคนๆ นั้นจะเข้ามาเห็นและรับรู้เองว่าฉันกำลังแอบด่าเธออยู่นะ (แต่ผมว่าจริงๆ แล้วการคุยกันซึ่งๆ หน้ายังไงก็ดีกว่านะครับ)</p>
<p><img class="alignnone" title="infant" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/infant.png" alt="" width="550" /></p>
<p>อีกประเภทคือพวก <strong>&#8220;ภูมิใจวัยเด็ก&#8221; เ</strong>อารูปตัวเองสมัยเด็กๆ มาทำรูปโปรไฟล์ อ้นนี้ความเห็นส่วนตัวผมว่ามันก็น่ารักดีนะ ไม่ได้แย่อะไรหรอก แต่ยังไงก็เลือกรูปที่น่ารักๆ ดูดีหน่อยละกันครับ</p>
<p><img class="alignnone" title="filterless" src="http://s3.amazonaws.com/theoatmeal-img/comics/facebook_suck/filterless.png" alt="" width="550" /></p>
<p>อันสุดท้ายแล้ว คือนักเล่น facebook แบบ <strong>&#8220;มั่นใจ ไม่มีกรอง&#8221; </strong>เค้าจะอัพเดททุกอย่างของตัวเอง ทุกๆ อย่างของชีวิต ไม่ว่าคนอื่นจะอยากรู้หรือไม่ จะไปกระทบกระเทือนใครหรือเปล่า ไม่เคยใส่ใจ อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องระวังนะครับ จะโพสท์อะไร แชร์อะไร คิดให้ดีๆ ก่อน facebook ขอร่วมรณรงค์การ &#8220;คิดก่อนโพสท์&#8221; ครับผม!</p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=743&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2010/05/13/how-to-suck-at-facebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 ปีของ Facebook.com งานเป็นหลัก เงินเป็นรอง</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2009/02/09/5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-facebookcom-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=5-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587-facebookcom-%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2009/02/09/5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-facebookcom-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Feb 2009 09:12:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.facebookgoo.com/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[ผ่านมาห้าปี จากเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กของเด็กมหาวิทยาลัยที่เริ่มต้นขึ้นในห้องนอนของหอพัก จนถึงวันนี้ Facebook.com มีอายุครบห้าขวบแล้ว โดยที่ยอดบัญชีผู้ใช้งานขยับขึ้นมาเป็น 150 ล้านคน แซงหน้า Myspace.com ผู้มาก่อนไปแล้ว ความอบอุ่นเป็นกันเอง อันเนื่องมาจากลักษณะของเฟซบุ๊กที่เจ้าของเป็นคนหนุ่มสาวร่วมรุ่นกับผู้ใช้งาน นับเป็นข้อได้เปรียบที่แท้จริงของเฟซบุ๊กยิ่งกว่าทางด้านเทคโนโลยี แต่จุดนี้นี่เองที่ทำให้แนวทางของเฟซบุ๊กเอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่โดนใจผู้ใช้ไปโดยปริยาย ความหลากหลายของแอปพลิเคชั่นเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่า อีกจุดหนึ่งที่น่าจะสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการที่ยังเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน จึงไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางด้านการเงินหรือการทำกำไรมาก พูดง่ายๆ ก็คือยังเป็น บริษัทที่สนุกกับการทำงานมากกว่าการมุ่งทำกำไร แม้ว่ากำไรก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้บริษัทยืนยาวไปได้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า 5 ปีก็นานพอแล้ว แต่ &#8220;มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก&#8221; ไม่คิดอย่างนั้น และเคยปฏิเสธข้อเสนอเข้าซื้อกิจการที่เป็นเม็ดเงินร่วม 50,000 ล้านบาทมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ขณะที่โซเชียลเน็ตเวิร์กอื่นๆ คนทำต่างก็ขายให้กับบริษัทใหญ่ๆ เอาเงินสดมหาศาลมากำไว้ในมือแล้วทั้งนั้น จนเมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ขาลงอย่างหนัก หลายคนก็ยังมองว่า โอกาสดีๆ ของซักเคอร์เบิร์กหลุดลอยไป ตลาดโฆษณาออนไลน์จะหดตัวลง โดยประมาณการว่ารายได้จากการโฆษณาของเฟซบุ๊กในปีนี้จะลดลงราว 20 เปอร์เซ็นต์ ลงมาเหลือราวๆ 7,000 ล้านบาท วิธีคิดของซักเคอร์เบิร์กน่าสนใจ ก็ตรงที่เอางานเป็นหลักให้เงินเป็นรอง ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาเว็บไซต์มาเรื่อยๆ จนขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโซเชียลเน็ตเวิร์กไซต์ และเป็นตัวแทนของสังคมออนไลน์ที่มีคนบอกว่า ถ้าอยากรู้จักและเข้าใจโลกวันนี้และอนาคต ก็ต้องเข้าไปอยู่ในชุมชนของเฟซบุ๊ก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" title="fb" src="http://www.matichon.co.th/news-photo/prachachat/2009/02/com04090252p1.jpg" alt="" width="200" height="178" />ผ่านมาห้าปี จากเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กของเด็กมหาวิทยาลัยที่เริ่มต้นขึ้นในห้องนอนของหอพัก จนถึงวันนี้ Facebook.com มีอายุครบห้าขวบแล้ว โดยที่ยอดบัญชีผู้ใช้งานขยับขึ้นมาเป็น 150 ล้านคน แซงหน้า Myspace.com ผู้มาก่อนไปแล้ว</p>
<p>ความอบอุ่นเป็นกันเอง อันเนื่องมาจากลักษณะของเฟซบุ๊กที่เจ้าของเป็นคนหนุ่มสาวร่วมรุ่นกับผู้ใช้งาน นับเป็นข้อได้เปรียบที่แท้จริงของเฟซบุ๊กยิ่งกว่าทางด้านเทคโนโลยี แต่จุดนี้นี่เองที่ทำให้แนวทางของเฟซบุ๊กเอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่โดนใจผู้ใช้ไปโดยปริยาย ความหลากหลายของแอปพลิเคชั่นเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่า</p>
<p>อีกจุดหนึ่งที่น่าจะสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการที่ยังเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน จึงไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางด้านการเงินหรือการทำกำไรมาก พูดง่ายๆ ก็คือยังเป็น บริษัทที่สนุกกับการทำงานมากกว่าการมุ่งทำกำไร แม้ว่ากำไรก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้บริษัทยืนยาวไปได้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้</p>
<p>หลายคนอาจจะคิดว่า 5 ปีก็นานพอแล้ว แต่ &#8220;มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก&#8221; ไม่คิดอย่างนั้น และเคยปฏิเสธข้อเสนอเข้าซื้อกิจการที่เป็นเม็ดเงินร่วม 50,000 ล้านบาทมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ขณะที่โซเชียลเน็ตเวิร์กอื่นๆ คนทำต่างก็ขายให้กับบริษัทใหญ่ๆ เอาเงินสดมหาศาลมากำไว้ในมือแล้วทั้งนั้น<span id="more-283"></span></p>
<p>จนเมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ขาลงอย่างหนัก หลายคนก็ยังมองว่า โอกาสดีๆ ของซักเคอร์เบิร์กหลุดลอยไป ตลาดโฆษณาออนไลน์จะหดตัวลง โดยประมาณการว่ารายได้จากการโฆษณาของเฟซบุ๊กในปีนี้จะลดลงราว 20 เปอร์เซ็นต์ ลงมาเหลือราวๆ 7,000 ล้านบาท</p>
<p>วิธีคิดของซักเคอร์เบิร์กน่าสนใจ ก็ตรงที่เอางานเป็นหลักให้เงินเป็นรอง ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาเว็บไซต์มาเรื่อยๆ จนขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโซเชียลเน็ตเวิร์กไซต์ และเป็นตัวแทนของสังคมออนไลน์ที่มีคนบอกว่า ถ้าอยากรู้จักและเข้าใจโลกวันนี้และอนาคต ก็ต้องเข้าไปอยู่ในชุมชนของเฟซบุ๊ก</p>
<p>ตามสถิติการใช้งาน ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจะใช้เวลาอยู่กับเว็บไซต์นี้วันละมาก กว่า 2 ชั่วโมง เทียบกับมายสเปซที่ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง</p>
<p>แต่ปัญหาก็คือจะทำเงินจากการเป็นอันดับหนึ่งทั้งจำนวนผู้ใช้งานและเวลาในการใช้งานบนเว็บไซต์ได้อย่างไร เป็นเรื่องซึ่งแม้จนถึงขณะนี้ก็ยังตีไม่แตก ความพยายามที่ผ่านมาทั้งหมดยังอยู่ในขั้นทดลอง และหลายอย่างก็ต้องเลิกล้มไปเพราะผู้ใช้งานปฏิเสธ</p>
<p>แต่หากเฟซบุ๊กคิดถึงแต่เรื่องเงินเป็นหลักมาตั้งแต่แรก ก็อาจจะไม่ได้มายืนอยู่ หัวแถวของโซเชียลเน็ตเวิร์กไซต์ อย่างตอนนี้ก็ได้</p>
<p>คอลัมน์ WEBBIZ<br />
siripong@kidtalentz.com</p>
<p><a href="http://www.wiseknow.com/content/view/1162/1" target="_blank">ที่มา wiseknow.com</a></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=283&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2009/02/09/5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-facebookcom-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Facebook is Powerful</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2008/03/30/facebook-is-powerful/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=facebook-is-powerful</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2008/03/30/facebook-is-powerful/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2008 08:05:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[API]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wp.facebookgoo.com/?p=98</guid>
		<description><![CDATA[อันนี้เป็นอีกหนึ่งบทความที่คัดลอกมานะครับ ขอขอบคุณ คุณ Isriya เจ้าของบทความที่อนุญาตให้เรานำมาลงที่นี่ได้ สามารถเข้าไปดูต้นฉบับที่นี่ครับ http://www.isriya.com/node/1509 =========== เคยเขียนถึง Facebook ไปครั้งหนึ่ง ตอนนั้นก็แค่ประทับใจกับหน้าตาที่ดูสะอาดสะอ้าน แต่ความรู้สึกโดยรวมมันก็เป็นแค่ social network ธรรมดา วันนี้ได้โอกาสมาลองเล่นแบบลงลึกหน่อย ผมก็พบว่าพลังที่ซ่อนอยู่ของ Facebook ทำให้ MySpace, Hi5, Multiply กลายเป็นของกระจอกไปเลย ฟีเจอร์อันแรกที่นำเสนอคือ Status ดูภาพก็น่าจะเข้าใจ ถ้ามองแค่นี้มันก็ใกล้เคียงกับ Twitter ซึ่งทั้งคู่มีฟีเจอร์แจ้งเตือนการเปลี่ยนสถานะของเพื่อนเราไปยังมือถือ ก็นับได้ว่าเป็น IM แขนงหนึ่ง แต่เมื่อรวมกับระบบ Messaging ภายในของ Facebook (ที่ social network ไหนๆ ก็มี) และการเปิด API ของ Facebook เองแล้ว ระบบ Universal IM ก็อยู่ไม่ไกลเกินฝัน ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นการประสานกันของ real time IM [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อันนี้เป็นอีกหนึ่งบทความที่คัดลอกมานะครับ ขอขอบคุณ คุณ Isriya เจ้าของบทความที่อนุญาตให้เรานำมาลงที่นี่ได้ สามารถเข้าไปดูต้นฉบับที่นี่ครับ</p>
<p><a href="http://www.isriya.com/node/1509" target="_blank">http://www.isriya.com/node/1509</a></p>
<p>===========</p>
<p>เคยเขียนถึง <a href="http://www.isriya.com/node/1451">Facebook</a> ไปครั้งหนึ่ง ตอนนั้นก็แค่ประทับใจกับหน้าตาที่ดูสะอาดสะอ้าน แต่ความรู้สึกโดยรวมมันก็เป็นแค่ social network ธรรมดา</p>
<p>วันนี้ได้โอกาสมาลองเล่นแบบลงลึกหน่อย ผมก็พบว่าพลังที่ซ่อนอยู่ของ Facebook ทำให้ MySpace, Hi5, Multiply กลายเป็นของกระจอกไปเลย</p>
<p>ฟีเจอร์อันแรกที่นำเสนอคือ Status ดูภาพก็น่าจะเข้าใจ</p>
<p><a title="Photo Sharing" href="http://www.flickr.com/photos/isriya/605940732/"><img src="http://farm2.static.flickr.com/1016/605940732_fc7fd4869e_o.png" alt="Facebook Status" width="229" height="173" /></a></p>
<p>ถ้ามองแค่นี้มันก็ใกล้เคียงกับ <a href="http://twitter.com/">Twitter</a> ซึ่งทั้งคู่มีฟีเจอร์แจ้งเตือนการเปลี่ยนสถานะของเพื่อนเราไปยังมือถือ ก็นับได้ว่าเป็น IM แขนงหนึ่ง แต่เมื่อรวมกับระบบ Messaging ภายในของ Facebook (ที่ social network ไหนๆ ก็มี) และการเปิด API ของ Facebook เองแล้ว ระบบ Universal IM ก็อยู่ไม่ไกลเกินฝัน</p>
<p>ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นการประสานกันของ real time IM (Jabber) เข้ากับ semi-real time IM (Facebook) ในเร็ววัน</p>
<p>อัน ที่สองคือ Apps ของ Facebook (รู้สึกว่าต้องสมัครสมาชิกก่อนถึงจะเห็น) อธิบายง่ายๆ มันคือ Gadget หรือ Widget นั่นแหละ แต่สำหรับลูกค้า Facebook เท่านั้น<span id="more-98"></span></p>
<p>สิ่งที่น่ากลัวมากคือการเปิด API ของ Facebook อีกเช่นกัน เมื่อรวมกับยอดสมาชิกมหาศาลแล้ว ผมก็พบว่ามี Apps เจ๋งๆ เยอะมาก และส่วนมากมาจาก community เกือบทั้งหมด ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เห็นภาพ คงต้องไปลองกันเองถ้าขยัน แต่ผมตื่นเต้นกว่า iGoogle เยอะเลย</p>
<p>ช่วง ใช้ใหม่ๆ รู้สึกว่า Facebook มันห่วยเพราะเชื่อมกับ social network อื่นๆ ไม่ได้เลย ตอนนี้หายโง่แล้ว เพราะทุกอย่างทำผ่าน Apps (แนวคิดเหมือน Extension ของ Firefox) เราสามารถเชื่อมกับ social network &#8220;ที่เปิด API&#8221; ได้แทบทุกยี่ห้อที่นึกออก ที่ลองก็มี Flickr, Picasa, del.icio.us, Upcoming.org, Last.fm</p>
<p>(โดยส่วนตัวแล้วคิดว่านี่ล่ะคือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของ web service มันเรียบง่ายกว่า ใช้งานได้จริงกว่า UDDI เยอะเลย)</p>
<p>จาก ที่เคยคลุกคลีกับวงการพัฒนาโปรแกรมเสริมโดยชุมชนใน Firefox Extension มาก่อน การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับโปรแกรมเสริมเหล่านี้ต้องวางแผนกันดีๆ ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ฯลฯ (ซึ่ง Mozilla ไม่ได้คิดมาก่อนว่ามันจะดังขนาดนี้ เลยต้องปรับ API กันหลายรอบ เราเลยเจอ compatibility break ทุกครั้งที่ Firefox เปลี่ยนเวอร์ชัน)</p>
<p>แต่ของ Facebook ดูจะไม่ซ้ำรอยนั้น ก่อนเราเพิ่ม Apps ก็จะมีหน้าให้เลือกสิทธิ์ชัดเจนว่าอนุญาตให้มันเข้าถึงข้อมูลของเราแค่ไหน เรียกว่าวางหลักไว้ให้ดี แล้วปล่อยให้ความคิดสร้างสรรค์เป็นหน้าที่ของมวลชน</p>
<p>สรุปง่ายๆ ว่าพลังของ Facebook มาจากการเปิด API <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/The_Wisdom_of_Crowds">เพื่อใช้ Wisdom of Crowds</a> ต่อยอดความหลากหลายบนแพลตฟอร์มตัวเอง</p>
<p>ข้อเสียเดียวที่นึกออกก็คือคนไทยใช้น้อย ที่เห็นส่วนใหญ่เป็นนักเรียนไทยในต่างแดน ที่เล่นตามเพื่อนต่างชาติอีกที</p>
<p><a title="Isriya Paireepairit's Facebook profile" href="http://www.facebook.com/p/Isriya_Paireepairit/810425460" target="_TOP"><img src="http://badge.facebook.com/badge/810425460.938.1305533380.png" border="0" alt="Isriya Paireepairit's Facebook profile" /></a></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=98&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2008/03/30/facebook-is-powerful/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฤา Facebook จะครองโลก Social Network</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2008/03/30/facebook-in-social-network/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=facebook-in-social-network</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2008/03/30/facebook-in-social-network/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2008 08:03:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wp.facebookgoo.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[ขอขอบคุณ คุณ iTeau ที่อนุญาตให้นำบทความมาลงครับ สามารถเข้าไปดูต้นฉบับได้ที่ http://iteau.wordpress.com/2007/07/04/facebookandtheworldofsocialnetwork/ ================= แน่นอนว่า คำตอบ คือ ไม่ใช่ แต่ความที่ Facebook เปิด API ให้นักพัฒนา application ต่าง ๆ เข้ามาใช้บน platform ของ Facebook ได้อย่างไร้ขีดจำกัด อย่างล่าสุดที่ทำให้ผมตกใจไม่น้อย ก็คือ Catbook ซึ่งมันก็คือ การสร้าง profile ของแมวที่เราเลี้ยง แล้วก็มาสร้างชุมชนคนเลี้ยงแมวนั่นเอง ตอนนี้สมาชิกปาเข้าไปสี่หมื่นกว่าแล้ว ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นแนวคิดการให้บริการแบบ Catster หรือ Dogster หรือ Social Network ของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่อื่น ๆ อีกมากมาย (หรือในระดับที่ผมเข้าใจว่าเป็น Social Network ในขั้นทุติยภูมิ ยกตัวอย่างเช่น แทนที่ จะเป็นฉันเป็นเพื่อนกับเธอ ก็เป็นแมว &#8220;ของฉัน&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอขอบคุณ คุณ iTeau ที่อนุญาตให้นำบทความมาลงครับ สามารถเข้าไปดูต้นฉบับได้ที่</p>
<p><a href="http://iteau.wordpress.com/2007/07/04/facebookandtheworldofsocialnetwork/" target="_blank">http://iteau.wordpress.com/2007/07/04/facebookandtheworldofsocialnetwork/ </a></p>
<p>=================</p>
<p>แน่นอนว่า คำตอบ คือ ไม่ใช่ แต่ความที่ <a href="http://www.facebook.com/" target="_blank">Facebook </a>เปิด API ให้นักพัฒนา application ต่าง ๆ เข้ามาใช้บน platform ของ Facebook ได้อย่างไร้ขีดจำกัด อย่างล่าสุดที่ทำให้ผมตกใจไม่น้อย ก็คือ Catbook ซึ่งมันก็คือ การสร้าง profile ของแมวที่เราเลี้ยง แล้วก็มาสร้างชุมชนคนเลี้ยงแมวนั่นเอง ตอนนี้สมาชิกปาเข้าไปสี่หมื่นกว่าแล้ว ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นแนวคิดการให้บริการแบบ <a href="http://www.catster.com/" target="_blank">Catster</a> หรือ <a href="http://www.dogster.com/" target="_blank">Dogster</a> หรือ Social Network ของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่อื่น ๆ อีกมากมาย (หรือในระดับที่ผมเข้าใจว่าเป็น Social Network ในขั้นทุติยภูมิ ยกตัวอย่างเช่น แทนที่ จะเป็นฉันเป็นเพื่อนกับเธอ ก็เป็นแมว &#8220;ของฉัน&#8221; เป็นเพื่อนกับแมว &#8220;ของเธอ&#8221; เป็นต้น) ทั้งที่บริการแบบนี้ก็มีอยู่แล้วอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด</p>
<p>แต่ข้อได้ เปรียบของ Facebook คือ การจัดเก็บและนำเสนอข้อมูลพื้นฐานที่เรียบง่าย นั่นเอง ทำให้คนไม่ต้องเสียเวลาไปสร้างข้อมูลพื้นฐานใหม่อีก ก็เพิ่มเติมในสิ่งที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้ว (คิดง่าย ๆ เปรียบเทียบระหว่าง centralization vs. decentralization) นั่นหมายความว่า ตลาดของ Facebook จะเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดยุด social network เพราะฉะนั้น คนที่คิด application แบบใหม่ขึ้นมา ก็ต้องดูว่าตลาดของ Facebook มันใหญ่มาก หากต้องการสร้างฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องหันมาใช้ Facebook แทนที่จะต้องไปเริ่มตั้งแต่ต้น ในขณะเดียวกัน เท่าที่เราเห็น application ส่วนใหญ่ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยฝีมือนักศึกษา หาใช่จากตัวบริษัทเองไม่ นั่นก็แสดงให้เห็นพลังที่เราไม่อาจมองข้ามได้ และแน่นอน การพัฒนา application บน Facebook สร้าง visibility ให้ตัวเองได้ดีกว่า การออกไปลงทุนพัฒนาเองข้างนอก<span id="more-96"></span>อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นข้อดีสำหรับ Facebook เสียทั้งหมด ผมไม่แน่ใจว่า Facebook เองจะอึดอัดมากน้อยแค่ไหน กับการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาตัวเองในอนาคต แต่ผมเชื่อว่า ระดับนี้แล้วคงจะเตรียมความยืดหยุ่นมาเป็นอย่างดี อีกอย่าง การเพิ่ม application เข้ามาเป็นจำนวนมาก หลายคนที่ชอบความเรียบง่ายในแบบเดิม ก็อาจจะรู้สึกเริ่มรำคาญ กับอะไรที่เริ่มจะวุ่นวาย และรุงรังมากขึ้น (ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ของตัวเอง) ซึ่งอาจทำให้ Facebook อาจต้องเสียลูกค้าไปอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ผมก็คิดว่า ไม่น่าจะมากมายนัก ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง น่าจะเป็นเรื่อง junk app ที่เริ่มมีเข้ามาเรื่อย ๆ คำว่า junk app ไม่ได้หมายถึง app ที่ไม่ work อย่างเดียวนะครับ แต่หมายถึง app ที่มันทำงานซ้ำซ้อนกัน app ที่ไม่มีคนมาดูแล (แบบไข่แล้วทิ้ง อย่าลืมว่า app ส่วนใหญ่มาจากพวกเด็กนักศึกษา) Facebook จะจัดการกับ app เหล่านี้อย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ ก็โยงไปถึงประเด็นสุดท้าย คือ มันรู้สึก application overload ยังไงพิกล จะให้ไป search หรือ browse หาเอง ก็คงไม่ง่าย ไหนจะต้องลองเองอีก เพราะฉะนั้นการใช้ก็จะเป็นในลักษณะ diffusion เป็นสำคัญเสียมากกว่า</p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=96&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2008/03/30/facebook-in-social-network/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใครๆ ก็รัก Facebook</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2008/03/29/everyone-love-facebook/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=everyone-love-facebook</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2008/03/29/everyone-love-facebook/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 Mar 2008 08:07:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Mark Zuckerberg]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wp.facebookgoo.com/?p=100</guid>
		<description><![CDATA[อันนี้เป็นบทความที่นำมาจากที่อื่นนะครับ ผมอยากให้ที่นี่เป็นที่รวบรวมไอเดีย ความเห็น และมุมมองทุกอย่างที่เกี่ยวกับเฟซบุ๊ค เดี๋ยวจะหาว่าผมเป็นพวกบ้าเฟซบุ๊ค เชียร์จนออกนอกหน้ากันเกินไป ที่มา http://www.basicstep.net/talks/everybody-love-facebook/ ========== ใครๆ ก็รัก Facebook แต่ผมไม่นะ บอกไปแล้วครั้งนึงว่าผมไม่ชอบ Mark เท่าไร (เรียกว่าไม่ถูกชะตา จะเพราะกว่า) หน้าเขาดูโกงๆไงไม่รู้ 555 (ดูรูปประกอบ โปรดใช้วิจารณญาณ) อย่าหาว่าผมมันพวกขวางโลก (online) หรืออะไรก็แล้วแต่นะ แต่ไม่รู้สิ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ต้องขออภัยด้วย ไม่เกี่ยวกับที่จะเขียนเลย เข้าเรื่องดีกว่า ก่อนอื่นใครที่ไม่รู้จัก Facebook เนี่ย ขอแนะนำหน่อยว่า Facebook เป็น Social Network ขนาดใหญ่ ตอนนี้มี สมาชิกประมาณ 50 ล้านรายตั้งมาเมื่อปี 2004 โดย เด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า Mark Zuckerberg จาก Harvard ที่ตอนนี้อายุ 23 ปีเท่านั้น แรกก็เป็นเว็บแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อนฝูงในวงมหาลัยเท่านั้น หลังๆก็ขยายไปมหาลัยดังๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อันนี้เป็นบทความที่นำมาจากที่อื่นนะครับ ผมอยากให้ที่นี่เป็นที่รวบรวมไอเดีย ความเห็น และมุมมองทุกอย่างที่เกี่ยวกับเฟซบุ๊ค เดี๋ยวจะหาว่าผมเป็นพวกบ้าเฟซบุ๊ค เชียร์จนออกนอกหน้ากันเกินไป</p>
<p>ที่มา  <a href="http://www.basicstep.net/talks/everybody-love-facebook/" target="_blank">http://www.basicstep.net/talks/everybody-love-facebook/</a></p>
<p>==========</p>
<p><strong>ใครๆ ก็รัก Facebook </strong></p>
<p><strong>แต่ผมไม่</strong>นะ บอกไปแล้วครั้งนึงว่า<a href="http://www.basicstep.net/talks/my-internet-idol-jeff-bezos/" target="_blank">ผมไม่ชอบ Mark</a> เท่าไร (เรียกว่าไม่ถูกชะตา จะเพราะกว่า) หน้าเขาดูโกงๆไงไม่รู้ 555 (ดูรูปประกอบ โปรดใช้วิจารณญาณ)</p>
<p><img src="http://www.basicstep.net/wp-content/uploads/2007/10/facebook-mark.jpg" alt="" /></p>
<p>อย่าหาว่าผมมันพวกขวางโลก (online) หรืออะไรก็แล้วแต่นะ แต่ไม่รู้สิ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ต้องขออภัยด้วย ไม่เกี่ยวกับที่จะเขียนเลย</p>
<p><strong>เข้าเรื่องดีกว่า</strong></p>
<p>ก่อนอื่นใครที่ไม่รู้จัก <a href="http://www.facebook.com/" target="_blank">Facebook</a> เนี่ย ขอแนะนำหน่อยว่า Facebook เป็น Social Network ขนาดใหญ่ ตอนนี้มี สมาชิกประมาณ 50 ล้านรายตั้งมาเมื่อปี 2004 โดย เด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Mark_Zuckerberg" target="_blank">Mark Zuckerberg</a> จาก Harvard ที่ตอนนี้อายุ 23 ปีเท่านั้น แรกก็เป็นเว็บแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อนฝูงในวงมหาลัยเท่านั้น หลังๆก็ขยายไปมหาลัยดังๆ จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้วเปิดให้ใครก็ได้มาสมัครใช้บริการ เท่านั้นแหละคนก็พุ่งพรวดๆๆๆๆ</p>
<p>ใครนึกไม่ออกว่า Facebook เป็นยังไง นึกถึง <a href="http://www.hi5.com/" target="_blank">Hi5</a> หรือ <a href="http://www.myspace.com/" target="_blank">MySpace</a> ไว้นะครับ ลักษณะเดียวกันเลย</p>
<p>ก่อน หน้านั้นก็ดังอยู่ทีนึงครับ ที่ใครๆก็ยกให้เป็น Hero ของวงการ Net เลย เพราะว่า Yahoo พยายามขอซื้ออยู่หลายรอบ รอบสุดท้ายเสนอราคามา $1 พันล้าน (34,000 ล้านบาท) ตามาร์คก็ปฏิเสธครับ อะไรทำให้เขามั่นใจได้ขนาดนั้น ไม่มีใครทราบ แต่มาช่วงนี้ที่ดังเอามากๆอีกที เพราะว่า Facebook เปิด platform ให้ developer สามารถพัฒนาโปรแกรม หรือ application อะไรก็ได้ใส่เข้าไปในนั้น</p>
<p>นัยว่ามีฐานลูกค้าขนาด 50 ล้านคนอยู่ ให้คุณเข้าไปทำอะไรก็ได้ คุณจะทำอะไรในนั้น? แน่นอนครับ มีบริการต่างๆเกิดขึ้นตั้งแต่ซื้อขายของ กู้ยืมเงิน ไปจนถึงอะไรก็ไม่รู้ ถึงขนาดตั้งบริษัทพัฒนา app กันใน Facebook เลยทีเดียว (คิดดูแค่คน upload รูปก็มากกว่า Flickr แล้ว) หลายๆ guru ก็ว่านี่เป็นยุคต่อไปของ Internet เลยทีเดียว เป็น platform แห่งอนาคต ว่าไปโน้น<span id="more-100"></span>Facebook ก็เลยกลายเป็นดาวดวงใหม่ที่ทุกคนหวังว่ามันจะโต โต โต และ โต และเป็นช่องทางใหม่สำหรับธุรกิจได้ เลยไม่แปลกที่ใครที่จะพูดถึงอนาคตของ Web หรือ Internet ในยุคใหม่ ย่อมไม่ลืมให้ความเห็นเรื่อง Facebook ไปด้วย (กลัวตกยุค)</p>
<p>เผอิญว่าช่วงหลังมีการประมาณการณ์มูลค่าของ Facebook กัน ซึ่งตัวเลขล่าสุดออกมาที่ $15 พันล้าน หรือประมาณ 500,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง (เฉลี่ย user ละ $300) โดยเฉพาะเมื่อ Microsoft เป็นผู้ชนะในการประมูลแข่งกับ Google ในการชิงการบริหารโฆษณาใน Facebook ไปด้วยเงิน $240 ล้าน โดยได้สิทธิบริหารโฆษณาและหุ้น 1.6% นี่เท่ากับว่าเป็นการตอกย้ำและัโหมกระพือกระแสของ Facebook ให้ดังเข้าไปใหญ่</p>
<p>เท่ากับว่าตอนนี้ Facebook มีเงินมากพอที่จะทำอะไรก็ได้แล้วละ อาจจะเพิ่มพนักงานจาก 300 เป็น 700 คน หรือจะไปสร้างใหม่ก็แล้วแต่</p>
<p>ไม่ รู้สินะ ส่วนตัวผมว่ามันทำนองบ้าคลั่งอ่ะ อะไรจะขนาดนั้น ตอนนี้หลายๆคนคงรอปีหน้า ปีที่คาดว่า Facebook จะมี user แตะ 200 ล้านคน โดยแค่มีคนเข้าเว็บทุกวันสักครึ่งนึง มันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะเล่นอะไรได้ขนาดไหน ผมว่าคนคงซื้ออนาคตแหละ มันเลยราคาขนาดนั้น</p>
<p>แต่ มันจะสดใสขนาดนั้นไหม ประเมินมูลค่าเกินจริงไปหรือไม่? กับเว็บที่มีอายุแค่ 3 ปี และปีที่แล้วมีรายรับแค่ $100 ล้านเท่านั้น และ CEO อายุ 23 ปีคนนี้ที่หลายๆคนยกย่องว่า คนนี้จะเป็นคนดังแห่งยุคต่อจาก Bill Gates, หรือ 2 หนุ่ม Google Sergey Brin กับ Larry Page ผู้ก่อตั้ง Google (สังเกตว่าคนดังๆมักอายุน้อยลงเรื่อยๆ)</p>
<p>สำหรับผม ผมว่าไม่น่าง่ายขนาดนั้นนะ เพราะ Facebook ยังต้องเผชิญอะไรอีกหลายๆอย่าง</p>
<blockquote><p>1. คดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ว่า Mark ไปขโมย idea , source code และ business plan ของ ConnectU ตอนที่ ConnectU มาจ้าง Mark ทำ Social Network</p>
<p>2. ยักษ์ใหญ่อย่าง MySpace ที่เตรียมเปิด Platform ให้ใช้เหมือนที่ Facebook ทำ (MySpace เป็นอันดับ 1 ของ Social Network ในตอนนี้)</p>
<p>3. Google ที่ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีจะลุกมาทำอะไรหรือเปล่า <strong>Update: </strong>ไม่ขาดคำ ทำ <a href="http://www.basicstep.net/talks/google-opensocial/" target="_blank">OpenSocial</a> สู้เลย</p>
<p>4. กฎหมายสกัดดาวรุ่งอีกมากมายก่ายกอง</p>
<p>5. ปัญหา Users ลุกฮือแบบ digg ที่ไม่แน่ อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ <strong>Update:</strong> ไม่ขาดคำ มีปัญหาเรื่อง <a href="http://gigaom.com/2007/11/06/facebook-beacon-privacy-issues/">Beacon</a> ที่ละเมิดสิทธิของ Users (แอบเก็บข้อมูลการซื้อขายสินค้าของ Users)</p>
<p>6. บริษัทขนาดใหญ่ เงินเยอะ บอก สมัครสมาชิกที่นี่ให้คนละ $10 แค่ลงทุน $1 พันล้าน ก็ได้สมาชิก 100 ล้านแล้ว <strong>นี่สิน่ากลัว</strong></p></blockquote>
<p>แต่ ที่แน่ๆ ตอนนี้ตา Mark นอนเกาพุง นั่งนับเงินอยู่บ้านแล้ว พร้อมผู้ลงทุนที่เตรียมออก IPO ในเร็ววัน (ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน) และ Microsoft ที่แสดงให้เห็นถึงกี๋นของผู้นำ? ว่าอย่างน้อยก็ขอมีส่วนแบ่งในทุกๆอย่าง ในทุกๆสิ่ง ที่เราๆท่านๆต้องเจอ ตั้งแต่ offline ยัน online แน่นอน เกลียดกันนักใช่ไหม หนีกันไม่พ้นหรอก 555</p>
<p><strong>Update:</strong> <em>ระหว่างที่เขียนอยู่นี่ มีคนลงทุนเพิ่มอีก 2 เจ้า ที่ราคาเท่าๆและเงื่อนไขใกล้ๆกันกับ Microsoft เบ็ดเสร็จได้ไป $750 ล้านแล้ว ใน 2 วัน</em></p>
<p><strong>Update 2:</strong> <em>ไป อ่านข้อมูลเพิ่มเติมมา ต้องบอกว่า MS นี่เขี้ยวมาก Deal นี้มีเงื่อนไขนอกจากหุ้น 1.6% แล้ว ยังขยายสัญญาจัดการโฆษณาเดิม (เฉพาะ USA) ออกไปเป็น (USA+Inter) จนถึงปี 2011 (3 ปีนับจากนี้) ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ก็คงเก็บเกี่ยวไปได้โข และนักวิแคะหลายท่านยังให้ความเห็นว่า การที่ MS จ่ายเงินสูงมาก ก็เพื่อตีมูลค่าของ Facebook ให้โลกรู้เลย จะได้ไม่มีใครกล้ามาตอด ถ้าไม่ใหญ่พอ ทำให้ขจัดคู่แข่งได้บาน และระหว่างนี้ก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างสบายใจ สมแล้วที่เป็นจอมวางแผนจริงๆ </em></p>
<p><strong>Update 3:</strong> <em>ลืมบอกไปว่า Steve Ballmer ก็กำลังหัวเราะอยู่เหมือนกัน (แถมด้วยข้อมูลนิดนึง)</em></p>
<p>MySpace (สมาชิก 100 ล้าน Active เพิ่มวันละ 250,000) + Google (ขอจัดการโฆษณาด้วยราคา $900 ล้าน)</p>
<p>Facebook (สมาชิก 50 ล้าน Active เพิ่มวันละ 250,000) + Microsoft (ขอจัดการโฆษณาด้วยราคา $240 ล้าน)</p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=100&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2008/03/29/everyone-love-facebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“Facebook” ก้าวอีกขั้นของชุมชนออนไลน์</title>
		<link>http://www.facebookgoo.com/2008/03/08/facebook-next-step/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=facebook-next-step</link>
		<comments>http://www.facebookgoo.com/2008/03/08/facebook-next-step/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Mar 2008 08:35:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>facebookgoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Mark Zuckerberg]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wp.facebookgoo.com/?p=129</guid>
		<description><![CDATA[&#8221; เฟซบุ๊ก&#8221; (Facebook) เปิดตัวในปี พ.ศ.2547 โดย &#8220;มาร์ก ซักเกอร์ เบิร์ก&#8221; ซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาหนุ่มน้อยวัยแค่ 20 ปี จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง &#8220;ฮาร์วาร์ด&#8221; เขาร่วมมือกับเพื่อนอีก 2 คน คิดค้นสร้าง เครือข่ายภายในรั้วมหาวิทยาลัยโดยให้นักศึกษาที่สนใจสามารถเข้ามาอัพเดตและ แบ่งปันข้อมูลส่วนตัวและรูปภาพได้ จนได้รับความนิยมมากขึ้น จากภายในมหาวิทยาลัยกระจายสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ และขยายกลุ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีผู้สนใจจากทั่วโลกเข้าลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 24 ล้านคน เฉลี่ยมีผู้ลงทะเบียนใหม่กว่า 100,000 รายต่อวัน ลักษณะ การทำงานของเฟซบุ๊กคือ มีลิงก์จากเพื่อนส่งเข้ามาหาและถ้าตอบตกลง sign up เข้าไปก็จะเข้าไปอยู่ในเครือข่ายของเฟซบุ๊กทันที ขณะเดียวกันก็สามารถส่งลิงก์เชื้อเชิญเพื่อนคนอื่นให้เข้ากลุ่มเป็นลูกโซ่ ต่อไปได้ โดยในเฟซบุ๊กจะมีการแบ่งปันข้อมูลประสบการณ์ของแต่ละคน อัพเดตรูปภาพที่ได้ไปเที่ยวกันมา พูดคุย ติดต่อ เมาท์ หรือแม้แต่เข้าไปยุ่งเรื่องคนอื่นก็ได้ บางคนอาจคิดว่า &#8220;เฟซบุ๊ก&#8221; เหมือนกับ &#8220;มายสเปซ&#8221; (My space) เว็บไซต์เครือข่ายออนไลน์ที่ฮอตอยู่ในขณะนี้ แต่ &#8220;เฟซบุ๊ก&#8221; มีมากกว่านั้น ความโดดเด่นของเฟซบุ๊ก คือผู้ใช้งานต้องใช้ชื่อจริงและอีเมล์เดียวกันในการลงทะเบียน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&#8221; เฟซบุ๊ก&#8221; (Facebook) เปิดตัวในปี พ.ศ.2547 โดย &#8220;มาร์ก ซักเกอร์ เบิร์ก&#8221; ซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาหนุ่มน้อยวัยแค่ 20 ปี จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง &#8220;ฮาร์วาร์ด&#8221; เขาร่วมมือกับเพื่อนอีก 2 คน คิดค้นสร้าง เครือข่ายภายในรั้วมหาวิทยาลัยโดยให้นักศึกษาที่สนใจสามารถเข้ามาอัพเดตและ แบ่งปันข้อมูลส่วนตัวและรูปภาพได้ จนได้รับความนิยมมากขึ้น จากภายในมหาวิทยาลัยกระจายสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ และขยายกลุ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีผู้สนใจจากทั่วโลกเข้าลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 24 ล้านคน เฉลี่ยมีผู้ลงทะเบียนใหม่กว่า 100,000 รายต่อวัน</span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;"> <img src="http://www.se-ed.com/home/Images/Contents/Technology/070820072433446447.gif" alt="facebook" hspace="5" vspace="5" width="284" height="157" align="left" /></span> </span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ลักษณะ การทำงานของเฟซบุ๊กคือ มีลิงก์จากเพื่อนส่งเข้ามาหาและถ้าตอบตกลง sign up เข้าไปก็จะเข้าไปอยู่ในเครือข่ายของเฟซบุ๊กทันที ขณะเดียวกันก็สามารถส่งลิงก์เชื้อเชิญเพื่อนคนอื่นให้เข้ากลุ่มเป็นลูกโซ่ ต่อไปได้ โดยในเฟซบุ๊กจะมีการแบ่งปันข้อมูลประสบการณ์ของแต่ละคน อัพเดตรูปภาพที่ได้ไปเที่ยวกันมา พูดคุย ติดต่อ เมาท์ หรือแม้แต่เข้าไปยุ่งเรื่องคนอื่นก็ได้ บางคนอาจคิดว่า &#8220;เฟซบุ๊ก&#8221; เหมือนกับ &#8220;มายสเปซ&#8221; (My space) เว็บไซต์เครือข่ายออนไลน์ที่ฮอตอยู่ในขณะนี้ แต่ &#8220;เฟซบุ๊ก&#8221; มีมากกว่านั้น ความโดดเด่นของเฟซบุ๊ก คือผู้ใช้งานต้องใช้ชื่อจริงและอีเมล์เดียวกันในการลงทะเบียน และมีความต้องการที่จะรู้จักคนอื่นที่มีตัวตนจริงๆ บนโลกใบนี้ นักวิจัยจากสถาบันแห่งหนึ่งจากอังกฤษกล่าวว่า เฟซบุ๊กยอดเยี่ยมกว่ามายสเปซ เพราะเหมาะสำหรับ &#8220;เด็กดี&#8221; ขณะที่มายสเปซเหมาะสำหรับ ขาร็อก ฮิปฮอป ศิลปิน หรือคนทำงาน และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น &#8220;ซักเกอร์เบิร์ก&#8221; อธิบายเพิ่มเติมว่า ตัวเขาเองคล้ายกับผู้สร้างแผนที่ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ไว้ด้วยกันเป็นพื้นแผนที่แห่งใหม่ จากนั้นคนอื่นที่เข้ามาในแผนที่แห่งนี้ก็จะสามารถพบปะ พูดคุย หรือสร้างเส้นทางการค้าแห่งใหม่ได้ กล่าวคือ เฟซบุ๊กเป็นแผนที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่เป็นจริงและมีตัวตนจริง ขณะที่เครือข่ายทางสังคมบนเว็บไซต์อื่นๆ อาจเป็นเพียงเครื่องมือช่วยให้คนได้เจอผู้เล่นหน้าใหม่ๆ บนโลกออนไลน์เท่านั้น<span id="more-129"></span></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&#8221; ซักเกอร์เบิร์ก&#8221; แสดงให้เห็นโมเดลของเขาว่า คนแต่ละคนเปรียบเสมือนหน่วยแต่ละหน่วย ที่เชื่อมต่อกันด้วยมิตรภาพและมีพลังอย่างมากในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เช่น ผู้ใช้งานจะรู้โดยอัตโนมัติเลยว่าเพื่อนคนใดมีรูปภาพอัลบั้มใหม่ เพราะจะมีคนอัพโหลดภาพนั้นขึ้นบนเว็บไซต์ซึ่งทำให้เพื่อนคนอื่นๆ เห็นด้วย มากกว่านั้น สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ ชุมชนออนไลน์แห่งนี้ คือเฟซบุ๊กกำลังทำตนเองเป็น &#8220;แพลตฟอร์ม&#8221; หมายความว่าสามารถให้นักพัฒนานำ แอปพลิเคชั่นมาใช้บนแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กได้ ดังนั้นใครก็ตามที่สามารถสร้างเครื่องมือซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ ก็มาใช้งานบนเครือข่ายนี้ได้ รายได้ที่บุคคลเหล่านั้นจะได้รับภายในเครือข่ายของเฟซบุ๊กนั้น พวกเขาจะได้รับไปเต็มๆ ทำให้ปัจจุบันเฟซบุ๊กมีของเล่นจำนวนนับพันถูกสร้างขึ้นและแพร่กระจายไปตาม เครือข่าย เพื่อให้สมาชิกสามารถเข้ามาเล่นแบ่งบันร่วมกัน ทั้งการค้นหา ทั้งเพลง เล่นเกมซูโดกุ (เกมปริศนาตารางตัวเลข) หรือแม้แต่ขอยืมเงิน </span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">&#8221; ปัจจุบันเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมถูกปิดกั้นโดยแพลตฟอร์ม แต่เรากำลังทำให้ข้อจำกัดนี้หมดไป&#8221; ซักเกอร์เบิร์กกล่าวกับโปรแกรมเมอร์จำนวน 750 คนที่เข้าร่วมประชุมนักพัฒนาครั้งแรกของบริษัท นอกจากนั้น &#8220;เฟซบุ๊ก&#8221; ยังจะสนับสนุนให้บริษัทอื่นเข้ามาขายสินค้าภายในเครือข่ายได้ และตั้งเป้าว่าจะสามารถหาสินค้าได้ทุกอย่างบนเว็บไซต์แห่งนี้อีกด้วย การเคลื่อนไหวดังกล่าวของเฟซบุ๊กทำให้หลายฝ่าย หรือแม้แต่ &#8220;ซักเกอร์เบิร์ก&#8221; เองมองว่าการกระทำของเขาคล้ายคลึงกับการกระทำของไมโครซอฟท์เมื่อทศวรรษที่ ผ่านมา ที่เปิดโอกาสให้นักผลิตซอฟต์แวร์เขียนโปรแกรมสำหรับใช้บนระบบปฏิบัติการ คอมพิวเตอร์ และกลยุทธ์ลักษณะนี้เองที่ทำให้ไมโครซอฟท์มีกำไรและสร้างผู้ยิ่งใหญ่อย่าง บิลล์ เกตส์ได้ ปัจจุบันนี้ซักเกอร์เบิร์กกำลังถูกบททดสอบอยู่ 2 เรื่อง คือถูกฟ้องร้องคดีด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยความคิดการทำเฟซบุ๊กมาจาก เพื่อนนักเรียนที่ฮาร์วาร์ด และกรณีที่เฟซบุ๊กจะเน้นการสร้างชุมชนเพื่อทำธุรกิจทางออนไลน์ ดังนั้นจึงต้องจูงใจนักลงทุนทั้งหลายว่าความคิดเรื่องแผนที่ของเขาสามารถ ดำเนินการทางธุรกิจได้ เพราะคนส่วนใหญ่อาจคิดว่าการเข้าไปที่เฟซบุ๊กนั้นเพื่อสร้างสังคมมากกว่าที่ จะเข้าไปจับจ่ายใช้สอย แต่ซักเกอร์เบิร์กเคยกล่าวอย่างติดตลกว่า &#8220;ขณะนี้เราเป็นเว็บไซต์อันดับ 6 ที่ยิ่งใหญ่ในสหรัฐ และดูเหมือนเราก็ไม่เข้ากับคนอื่นๆ สักเท่าไร แต่พวกเราก็เพิ่งจะข้ามผ่านอีเบย์ไป และจะทำงานเพื่อข้ามกูเกิลด้วย&#8221; </span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span style="font-family: Tahoma;">ที่มา <a href="http://matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02com08060850&amp;day=2007-08-06&amp;sectionid=0209" target="_blank">http://matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02com08060850&amp;day=2007-08-06&amp;sectionid=0209</a></span></span></p>
<img src="http://www.facebookgoo.com/?ak_action=api_record_view&id=129&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.facebookgoo.com/2008/03/08/facebook-next-step/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
