มีอัพเดทเล็กๆ น้อยๆ อีกจุดหนึ่งของทาง facebook ซึ่งสืบเนื่องมาจากช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่ทาง facebook อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งชื่อ username ของตัวเองได้ เพื่อให้การเข้าถึงและประชาสัมพันธ์หน้า facebook ของตัวเองง่ายขึ้น

เช่น http://www.facebook.com/myname

ทีนี้ทาง facebook ก็เลยเปิดให้เราใช้ username อันเดียวกันนี้แหละสำหรับการ login เข้าใช้งาน โดยแทนที่เราจะพิมพ์อีเมล์ของเรา เพื่อเข้าใช้งานตามปกติ ก็สามารถพิมพ์ username ตามที่เราตั้งไว้ได้เลยครับ ประหยัดเวลาไปได้อีกนิดนึง

Popularity: 39% [?]

นอกเหนือจากการเปิดตัว facebook lite ไปไม่กี่วันก่อน จริงๆ ก็ยังมีลูกเล่นอีกอันนึงที่เปิดตัวไปไล่เลี่ยกัน ซึ่งไม่ค่อยมีคนจะพูดถึงนักก็คือเรื่องของ Status Tagging ครับ

ขยายความนิดนึง การ Tag ก็เปรียบกับการติดป้ายชื่อให้กับบุคคลหรือสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนั่นเองครับ ส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยกันดีกับการ Tag เพื่อนๆ ในรูปถ่ายของเรา แต่จริงๆ แล้วเนี่ย การ Tag สามารถทำอะไรได้หลากหลายกว่านั้นอีก

คนที่ใช้งาน twitter คงจะคุ้นกันดีกับการเอ่ยถึงเพื่อนๆ ของคุณโดยใช้เครื่องหมาย @(somebody) โดยทุกๆ ครั้งที่เราเอ่ยถึง user คนไหนโดยมี @ นำหน้า เพื่อนคนนั้นก็จะได้รับรู้ไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งนึงที่เป็นจุดขายของ twitter เลยทีเดียว ซึ่งการ tag โดยใช้ @ แบบนี้ นอกจากจะฮิตกันใน twitter แล้ว ยังกลายเป็นเหมือนธรรมเนียมสากลที่เหล่าผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต เอาไปใช้งานกับเว็บไซต์อื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการ comment blog การโพสท์ข้อความในเว็บสาธารณะต่างๆ เพื่อจะเอ่ยถึงบุคคลใดเป็นพิเศษ

แล้วอย่างนี้ facebook มีหรือจะยอมน้อยหน้า ก็เลยดัดแปลงเอาลูกเล่นอันนี้เข้ามาใส่เป็นการ tag กันสดๆ จากช่อง status ของคุณกันเองเลย! อ่านบทความนี้ต่อ »

Popularity: 32% [?]

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าคุณสามารถอัพโหลดภาพจากโปรแำกรม Picasa ขึ้นไปบน facebook ได้ง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊กเดียว

ผมเองก็เพิ่งจะค้นพบเมื่อวานนี้เองครับ หลังจากที่ใช้ทั้ง picasa ทั้ง facebook มาเป็นปีๆ

มาดูกันเลยดีกว่าว่าทำยังไง

1. แน่นอนคุณต้องมี account ของ facebook และโปรแกรม Picasa อยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณ ถ้ายังไม่มีก็สามารถโหลดได้ฟรีครับที่ http://www.picasa.com

2. ลงโปรแกรม Picasa Uploader ของเฟซบุ๊ค เข้าไปโหลดได้ที่นี่เลย

ถ้าคุณอ่านภาษาอังกฤษได้คล่อง ในหน้าเว็บที่คุณโหลดโปรแกรมนี้ ก็จะมีบอกวิธีการทำที่เหลือทั้งหมดให้คุณแล้วครับ

แต่สำหรับเวอร์ชั่นไทย ผมจะสรุปย่อๆ มาให้ที่นี่ มาดูกันต่อเลยครับ

3. หลังจากที่คุณลงโปรแกรม uploader นี้ไป จะมีหน้าต่างขึ้นมา ให้คุณเลือกตำแหน่งที่จะวางปุ่ม facebook ใน toobar ของ picasa หลังจากนั้นก็ restart picasa ของคุณทีนึงครับ

picasa uploader

4. เลือกรูปที่คุณอยากจะอัพโหลดขึ้น facebook เลย จะเลือกเดี่ยวๆ เลือกเป็นกลุ่ม (shift/ctrl + click) หรือเลือกทั้งอัลบั้ม ก็ตามสะดวก

5. กดปุ่ม facebook ที่คุณเพิ่งจะได้มาใหม่ – ตรงนี้ถ้าคุณยังไม่ได้ login ก็จะต้องล็อกอินก่อน และสำหรับการโหลดครั้งแรกจะมีหน้าต่างขึ้นมาถามเราว่าให้เราอนุญาต ให้โปรแกรม picasa สามารถเข้าถึง account ของคุณได้ ก็คลิก อนุญาต/allow ไปครับ

6. หลังจากนั้น picasa ก็จะทำการอัพโหลดรูปของคุณขึ้นไปบนเฟซบุ๊คได้ง่ายๆ แต่คุณจะต้องเข้าไปคลิกยืนยันในเฟซบุ๊คอีกทีนึง เป็นการ approve ให้รูปสามารถแสดงต่อสาธารณชน เพื่อความปลอดภัย

7. แค่นี้เองครับ จบแล้ว

อยากรู้มากกว่านี้อ่านเพิ่มเติมในรีวิวของฝรั่งได้ที่นี่ครับ

Popularity: 16% [?]

พอดีเข้าไปดูเว็บต่างประเทศ มีคนนึงเขียนไว้เรื่อง 12 Ways to Use Facebook Professinally เห็นว่าน่าสนใจและมีประโยชน์ดีก็เลยเอามาอ้างอิงและดัดแปลงนิดหน่อย เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ จริงๆ เค้าเขียนมา 12 ข้อ แต่ผมตัดไป 2 ข้อที่คิดว่าค่อนข้างจะไกลตัวเรานิดนึง เอาเป็นว่าถึงแม้คุณจะไม่มีเฟซบุ๊ค หลักการพวกนี้ก็ใช้ได้กับทุกๆ เว้บ social network เลยแหละ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

1. คิดซะว่าหน้าโปรไฟล์มันเป็นห้องนอนของเรา – เวลาไปบ้านใครๆ ที่ไหนใหม่ เราทุกคนก็คงจะชอบสังเกตใช่มั้ยครับ ว่าท่านเจ้าของบ้านแต่ละท่านนั้นมีรสนิยมเป็นอย่างไรกันบ้าง หรือเวลามีแขกมาเยี่ยมบ้านเรา เราก็คงจะต้องทำความสะอาดกันเป็นพิเศษนิดนึง คุณจะต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่าหน้าโปรไฟล์ของคุณนั้นเปรียบได้กับที่สาธารณะ และมันบ่งบอกถึงความเป็นตัวเรามากกว่าที่เราคิดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่คุณกำลังอ่าน (ถ้าคุณมี apps พวก Books iRead) เพลงที่คุณเลือกมาเปิด (ด้วยโปรแกรม iLike) รูปที่คุณเลือกมาใส่ slideshow หรือ apps ที่โชว์ของสะสมของคุณ หรือของที่คุณอยากได้ หลักการง่ายๆ ก็คือ โชว์เฉพาะสิ่งที่คุณอยากให้คนอื่นเห็น และซ่อนอย่างอื่นซะ

2.มีเพื่อนเยอะไว้ไม่เสียหาย – เฟซบุ๊คสามารถ search ใน address book ของแต่ละอีเมล์ที่เราใช้อยู่ไม่ว่าจะเป็น gmail, hotmail, yahoo ซึ่งปกติเรามักจะมีรายชื่อเพื่อนที่ไม่ค่อยเหมือนกันหรือไม่ก็มีการอัพเดทอ ยู่เรื่อยๆ ลองให้เฟซบุ๊คค้นดูใน address book พวกนั้นทุกๆ 2 – 3 เดือนดูสิ อาจจะพบเพื่อนที่คุณไม่คาดคิดมาอยู่ในลิสท์ได้อีกเยอะเลย อ่านบทความนี้ต่อ »

Popularity: 32% [?]

วันนี้มีเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับ Facebook Chat ซึ่งเป็นของเล่นใหม่ล่าสุดในเฟซบุ๊คมาฝากครับ เจ้าของบทความนี้คือคุณ

=========

เพียง แค่วันเดียวที่ Facebook Chat เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้งาน Firefox ก็สามารถคิดวิธีที่จะให้ Facebook Chat แสดงผลใน sidebar ของ Firefox ได้ทันที นี่แหละครับคือจุดเด่นของ Firefox Browser ทีทำให้ผู้ที่ใช้แล้วไม่อยากเปลี่ยนไปใช้ Browser อื่นๆ

วิธีที่เราจะทำให้ Firefox ของเราแสดง Facebook Chat ไว้ใน sidebarง่ายนิดเดียวครับ ทำตามนี้เลยครับ
1. เปิดหน้า Facebook Chat Popup URL ด้วย Firefox Browser
2. จัดการ Bookmark หน้าwebsite นี้ ตั้งขื่อตามที่เราต้องการ
3. Clickขวา ที่ Bookmark นี้ และเลือก Properties
4. ทำเครื่องหมายถูกที่ช่อง Load this bookmark in the sidebar

ต่อ ไปเมื่อเรา้ต้องการใช้งาน Facebook Chat จาก Firefox Browser ก็ให้เลือก Bookmark ที่เราสร้างขึ้นมา เราก็จะสามารถใช้ Facebook Chat ผ่านทาง Sidebar ของ Firefox ได้ทันทีครับ

Popularity: 6% [?]

วันนี้มีเทคนิคง่ายๆ มาฝากกันครับผม สำหรับคนที่ได้รับ invite ให้ลงแอพพลิเคชั่นวันละเป็นสิบๆ ตัว เคยสังเกตมั้ยว่าส่วนใหญ่คนที่ชอบส่ง invite พวกนี้มาให้เรามักจะเป็นเพื่อนหน้าเดิมๆ เสมอ ซึ่งถ้าจะให้เราอีเมล์ไปขอร้องเพื่อนคนนี้ไม่ให้ส่งอะไรมาอีก ก็กลัวจะเสียน้ำใจ ทีนี้เราจะทำยังไงกันดี

ทางเฟซบุ๊คเมื่อไม่กี่ อาทิตย์มานี้เองครับ ก็เลยมีวิธีแก้ปัญหาให้กับเรา โดยมีคำสั่งใหม่ที่ชื่อว่า “Ignore All Invites from this friend” ซึ่งเมื่อเราคลิกอันนี้ลงไปเมื่อไหร่ เราก็จะไม่ได้รับ invite จากเพื่อนคนนี้อีกเลย

ignore all

ผมมีขาประจำที่ชอบ invite ผมอยู่ 2-3 คน ตอนนี้หายเกลี้ยงแล้วครับผม (ไม่ใช่คนในรูปตัวอย่างนะคร้าบบบ)

Popularity: 4% [?]

วันนี้เรามาดูกันต่อเรื่องการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในเฟซบุ๊คนะครับ หลังจากที่คุณคลิกเข้ามาที่ Privacy แล้ว จะมีหมวดหมู่หลักอยู่ 4 หมวดด้วยกันที่คุณสามารถเซ็ทค่าต่างๆ ได้ เรามาดูหมวดแรกกันเลยดีกว่า

Profile – อย่างทีได้่บอกไว้คร่าวๆ ว่าตรงนี้จะเป็นส่วนที่กำหนดว่าคนอื่นๆ จะสามารถเห็นอะไรได้บ้างในโปรไฟล์ของเรา ในส่วนของ Profile ตรงนี้จะมี 2 แท็บนะครับ แท็บแรกคือ Basic และอีกอันคือ Contact Information ผมคงจะไม่มานั่งแปลนะครับว่าแต่ละข้อย่อยคืออะไรบ้าง เพราะคิดว่าถ้าเราเล่นเฟซบุ๊คมาระยะนึงแล้ว เราเห็นปุ๊บก็จะรู้ดีว่าอะไรคืออะไรเอาเป็นว่าแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดที่ เซ็ทได้อย่างที่เห็นในรูปนี้

ค่าที่เราสามารถตั้งได้ในแต่ละข้อตรงนี้จะเหมือนกันนะครับ มีให้เลือก 4 ออฟชั่นก็คือ

  • My Networks and Friends – ถ้าเราเลือกอันนี้ ทุกคนที่อยู่ในรายชื่อเพื่อนของเราและอยู่ใน Network เดียวกับเรา (พูดง่ายๆ ถ้าคุณเลือก Network เป็น Thailand ทุกคนที่อยู่ใน Thailand จะสามารถมองเห็นรายละเอียดส่วนนี้ของคุณได้ ถึงแม้เค้ายังไม่ได้แอ็ดคุณเป็นเพื่อน)
  • Friends of Friends – แปลตรงตัว ก็คือ เฉพาะเพื่อนของเรา และเพื่อนของเพื่อนนั่นแหละครับ อาจจะไม่ได้รู้จักเราโดยตรง แต่ก็เข้ามาดูได้ ถ้าเพียงแต่เค้าเป็นเพื่อนเพื่อนของเรา
  • All Friends – ก็คือเฉพาะเพื่อนที่เราแอ็ดไว้แล้วเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อนหมดสิทธิ์
  • Customize – ตรงนี้เราจะสามารถเลือกเป็นแบบผสมผสานได้ เช่นอนุญาติเฉพาะเพื่อนในบาง network

มาดูในหมวดต่อมาคือ Search นะครับ ตรงนี้จะกำหนดว่าใครจะสามารถหาคุณได้เจอบ้าง อ่านบทความนี้ต่อ »

Popularity: 11% [?]

มีฟีเจอร์อย่างหนึ่งในเฟซบุ๊คที่ดีและสำคัญมากๆ แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญนั่นก็คือส่วนของ Privacy หรือการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวนั่นเองครับ วันนี้ก็เลยอยากจะถือโอกาสเอาเรื่องนี้มาพูดซักหน่อย อย่างน้อยเผื่อจะได้กระตุ้นให้เพื่อนๆ กลับมาให้ความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้น

ถ้า เทียบหน้าโปรไฟล์ในเฟซบุ๊คเป็นบ้านของเรา การตั้งค่า Privacy ก็คือการที่เรากำหนดสิทธิ์อนุญาติว่าใครบ้าง ที่จะมีสิทธิ์ทำอะไรในส่วนไหนของบ้านเราครับ คงไม่มีใครที่อยากจะให้คนแปลกหน้าอยู่ๆ ก็เดินเข้ามาเปิดตู้เย็นกินขนมของโปรดที่เราแอบซ่อนไว้ หรือว่ามาหยิบเสื้อผ้าในห้องนอนของเราเอาไปใส่ โดยที่เราไม่ได้อนุญาต

ใน หน้าโปรไฟล์ของเราก็เช่นกัน เฟซบุ๊คมีช่องให้เราได้ระบุข้อมูลที่หลากหลายตั้งแต่เรื่องทั่วๆ ไปเช่น ชื่อสกุล, ความชอบส่วนตัว จนถึงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลเช่น เบอร์โทรศัพท์, บ้านเลขที่, อีเมล์ หรือแม้กระทั่งรูปส่วนตัว ที่เราต้องการโพสให้เพื่อนสนิทดูเท่านั้น

โดยทั่วไปค่าความเป็นส่วน ตัวเริ่มต้นที่เฟซบุ๊คได้ตั้งให้กับผู้ใช้งานไว้นั้น ถือว่าค่อนข้างจะเปิดเผยมาก คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ แต่ว่ามันอนุญาติให้ คนทุกคนใน network ของคุณไม่ว่าคุณจะรู้จักหรือไม่รู้จัก สามารถเห็นสิ่งรายละเอียดส่วนตัวของคุณ, สิ่งที่โพสท์อยู่บน wall, รายชื่อเพื่อนของคุณ, สถานะการออนไลน์, รูปและวีดีโอที่คุณถูก tag มาจากคนอื่น และยังอนุญาตให้ทุกๆ คนที่คุณแอ็ดไว้เป็นเพื่อนแล้วสามารถเห็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่นเบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่ อีเมล์ ในกรณีที่คุณใส่เอาไว้ ซึ่งในโลกแป่งความเป็นจริงแล้วสำหรับคนที่ใช้งานปกติ และมีเพื่อนที่อยู่ในลิสท์ของเราเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่ใช่พวกชอบแอ็ดไปมั่วก็คงจะไม่เสี่ยงภัยเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่ระวัง ใครขอแอ็ดมาก็ให้หมด หวังแต่จะมีเพื่อนเยอะๆ เหมือนกับแฟชั่นใน hi5 สมัยนี้ ที่ชอบเอาจำนวนเพื่อนมาแข่งกัน แต่ไม่ได้ตั้งค่าไว้ให้ดี ก็นับว่าเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลมากขอรับ

อ่านบทความนี้ต่อ »

Popularity: 16% [?]

Facebookgoo on Facebook