ขอขอบคุณ คุณ iTeau ที่อนุญาตให้นำบทความมาลงครับ สามารถเข้าไปดูต้นฉบับได้ที่

http://iteau.wordpress.com/2007/07/04/facebookandtheworldofsocialnetwork/

=================

แน่นอนว่า คำตอบ คือ ไม่ใช่ แต่ความที่ Facebook เปิด API ให้นักพัฒนา application ต่าง ๆ เข้ามาใช้บน platform ของ Facebook ได้อย่างไร้ขีดจำกัด อย่างล่าสุดที่ทำให้ผมตกใจไม่น้อย ก็คือ Catbook ซึ่งมันก็คือ การสร้าง profile ของแมวที่เราเลี้ยง แล้วก็มาสร้างชุมชนคนเลี้ยงแมวนั่นเอง ตอนนี้สมาชิกปาเข้าไปสี่หมื่นกว่าแล้ว ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นแนวคิดการให้บริการแบบ Catster หรือ Dogster หรือ Social Network ของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่อื่น ๆ อีกมากมาย (หรือในระดับที่ผมเข้าใจว่าเป็น Social Network ในขั้นทุติยภูมิ ยกตัวอย่างเช่น แทนที่ จะเป็นฉันเป็นเพื่อนกับเธอ ก็เป็นแมว “ของฉัน” เป็นเพื่อนกับแมว “ของเธอ” เป็นต้น) ทั้งที่บริการแบบนี้ก็มีอยู่แล้วอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด

แต่ข้อได้ เปรียบของ Facebook คือ การจัดเก็บและนำเสนอข้อมูลพื้นฐานที่เรียบง่าย นั่นเอง ทำให้คนไม่ต้องเสียเวลาไปสร้างข้อมูลพื้นฐานใหม่อีก ก็เพิ่มเติมในสิ่งที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้ว (คิดง่าย ๆ เปรียบเทียบระหว่าง centralization vs. decentralization) นั่นหมายความว่า ตลาดของ Facebook จะเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดยุด social network เพราะฉะนั้น คนที่คิด application แบบใหม่ขึ้นมา ก็ต้องดูว่าตลาดของ Facebook มันใหญ่มาก หากต้องการสร้างฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องหันมาใช้ Facebook แทนที่จะต้องไปเริ่มตั้งแต่ต้น ในขณะเดียวกัน เท่าที่เราเห็น application ส่วนใหญ่ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยฝีมือนักศึกษา หาใช่จากตัวบริษัทเองไม่ นั่นก็แสดงให้เห็นพลังที่เราไม่อาจมองข้ามได้ และแน่นอน การพัฒนา application บน Facebook สร้าง visibility ให้ตัวเองได้ดีกว่า การออกไปลงทุนพัฒนาเองข้างนอก อ่านบทความนี้ต่อ »

Popularity: 4% [?]

Facebookgoo on Facebook